
จีนหั่นดอกเบี้ยไม่ช่วยธุรกิจ
แดนมังกรหั่นอัตราดอกเบี้ยไม่ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินกู้
แดนมังกรหั่นอัตราดอกเบี้ยไม่ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินกู้
เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยรายงานอ้างนักวิเคราะห์ระบุว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ถึง 2 ครั้ง นับตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในแดนมังกรเข้าถึงสินเชื่อได้เพิ่มมากขึ้นแต่อย่างใด
“การลดอัตราดอกเบี้ย ตั้งแต่เดือน พ.ย. ไม่ได้มีประสิทธิภาพมากนัก สภาพคล่องยังตึงตัว และธุรกิจภาคเอกชนถูกกดดันด้วยรัฐวิสาหกิจ (เอสโออี) ซึ่งมีสิทธิพิเศษในการเข้าถึงสินเชื่อราคาถูก” เชาผิงจู นักเศรษฐศาสตร์ของยูโอบี เฮียน โฮลดิ้ง ในเซี่ยงไฮ้ กล่าว
รายงานระบุว่า สินเชื่อราคาถูกเหล่านี้ได้วิ่งเข้าหาเอสโออีที่ไม่มีคุณภาพและเทศบาลท้องถิ่น ซึ่งส่วนมากแล้วใช้เงินที่กู้ยืมดังกล่าวมาเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เก่ามากกว่าที่จะลงทุนใหม่ๆ ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอีของ
ภาคเอกชนที่เป็นแหล่งจ้างงานใหม่ส่วนใหญ่กลับถูกทอดทิ้ง
ความแตกต่างในการเข้าถึงสินเชื่อดังกล่าว ยืนยันได้จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตของทางการ ซึ่งประเมินจากธุรกิจของรัฐขนาดใหญ่ปรับตัวดีขึ้นในเดือน มี.ค. ขณะที่พีเอ็มไอที่เปิดเผยโดยธนาคารเอชเอสบีซี ซึ่งมีการรวมธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจการส่งออกมากกว่า กลับปรับตัวลดลง และเข้าสู่ภาวะการหดตัว
สื่อชื่อดังจากสหรัฐ ระบุต่อไปว่า ธนาคารต่างๆ ยังคงให้ความสำคัญกับการให้กู้ยืมกับเอสโออี แม้ว่าจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาลูกค้าในระยะยาว และเพื่อเป็นการยืนยันทั้งทางตรงและทางอ้อมว่า รัฐบาลจะสนับสนุนการชำระหนี้คืน และในบางครั้งก็มีแรงกดดันมาจากรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่นเช่นกัน
“ปัญหาเชิงโครงสร้าง ก็คือว่า เอสโออีจำนวนมากยังคงขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ทว่ายังสามารถเข้าถึงเงินทุนราคาถูกจากธนาคาร ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีผลกำไร กลับต้องมีความเสี่ยงมากกว่าในการกู้ยืม” จู กล่าว
ขณะเดียวกัน หลิวตงเหลียง นักวางกลุยทธ์ของธนาคารไชน่า เมอีเชนท์ ระบุว่า เงื่อนไขการเข้าสู่เงินทุนนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก พร้อมแนะนำว่า พีบีโอซีควรเพิ่มสภาพคล่องในตลาดการเงินให้มากขึ้นกว่านี้
หนึ่งในตัวอย่างที่ได้รับผลกระทบจากการกู้ยืมของธนาคาร คือ โฮเวิร์ด หวัง เจ้าของธุรกิจวัย 42 ปี ที่ระบุว่า การกู้ยืมเงินผ่านธนาคารนั้นมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก
“อัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้นอยู่ที่ราย 5-6% ทว่าในความเป็นจริงแล้วดอกเบี้ยสามารถกลายเป็น 8-9% หรือมากกว่านั้นสำหรับคนอย่างเรา” หวัง กล่าว
จากปัญหาดังกล่าว ได้ส่งผลให้หวังเลือกที่จะใช้เงินเก็บ และหานักลงทุนที่มีศักยภาพมาช่วยในการลงทุนธุรกิจเพิ่มเติมแทน







