posttoday
งัดข้อปมสอบทุจริตซื้อยาง

งัดข้อปมสอบทุจริตซื้อยาง

02 เมษายน 2558

อำนวยชี้โครงการสร้างมูลภัณฑ์ “ไร้โกง” ยันไม่ปลดผู้อำนวยการจนกว่าผลสอบข้อเท็จจริงจะได้ข้อสรุป

อำนวยชี้โครงการสร้างมูลภัณฑ์ “ไร้โกง” ยันไม่ปลดผู้อำนวยการจนกว่าผลสอบข้อเท็จจริงจะได้ข้อสรุป

นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ยังไม่ลงนามคำสั่งปลดนางเรไร รัตนสุภา ผู้อำนวยการโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง หรือโครงการแทรกแซงราคายางพารา เนื่องจากต้องรอผลการสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดที่แต่งตั้งโดยคำสั่งของนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมาก่อน และในฐานะที่รับผิดชอบโครงการนี้ ยืนยันว่าที่ผ่านมายังไม่พบการทุจริตตามที่มีการกล่าวหาจากฝ่ายต่างๆ

“โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนฯ ซึ่งคนยังติดเรียกโครงการแทรกแซงราคายาง โดยซื้อยางผ่านตลาดกลางยางพารา เพื่อดึงราคายางออกจากตลาดนั้น ที่ผ่านมาได้ให้สอบไปแล้ว 2 ครั้ง คือคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบ โดยปลัดกระทรวงเกษตรฯ และอีกครั้งคือการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งผลออกมาค่อนข้างเหมือนกัน คือ ผู้ขายมีทั้งเกษตรกรรายย่อยและพ่อค้ารายย่อย คือสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชน ไม่ปรากฏว่ามีพ่อค้ารายใหญ่มาขายแต่อย่างใด” นายอำนวย กล่าว

นายอำนวย ยอมรับว่า เมื่อพบว่าการซื้อยางผ่านตลาดกลางไม่สามารถทำให้เกษตรกรรายย่อยได้ประโยชน์เต็มที่ กระทรวงเกษตรฯ ได้ปรับรูปแบบโครงการแทรกแซงราคายางปี 2558/2559 โดยจะให้สิทธิเกษตรกรรายย่อย ซึ่งอยู่ระหว่างสรุปว่าจะให้สิทธิกับชาวสวนยางรายย่อยที่มีพื้นที่ไม่เกิน 15 ไร่
หรือไม่เกิน 25 ไร่ โดยเกษตรกรที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการจะต้องได้รับการรับรองจากผู้ว่าราชการจังหวัด จึงจะเข้าโครงการขายยางให้รัฐบาลได้

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้นัดให้นางเรไรนำหลักฐานการซื้อขายยางในโครงการทั้งหมดมาให้ที่ประชุมตรวจสอบในวันที่ 7 เม.ย.นี้ และเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส จึงเสนอให้นายอำนวยปลดผู้อำนวยการโครงการออกจากตำแหน่งก่อน แต่เมื่อนายอำนวยยังไม่ดำเนินการก็จะนำเรื่องหารือในคณะกรรมการ

ก่อนหน้านี้ นายอุทัย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีการทุจริตกันมาก เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถนำยางเข้ามาขายที่จุดรับซื้อได้ จึงขายยางให้กับพ่อค้านอกจุดรับซื้อที่ราคา 48 บาท/กิโลกรัม ก่อนที่พ่อค้าจะนำมาขายที่จุดรับซื้อที่ราคา 61-62 บาท/กิโลกรัม โดยเจ้าหน้าที่จุดรับซื้อจะได้รับส่วนต่าง 2-4 บาท/กิโลกรัม ส่วนพ่อค้านำยางมาขายจะได้ส่วนต่าง 10 บาท/กิโลกรัม ทำให้เม็ดเงินจากโครงการถึงมือเกษตรกรเพียง 10% จากวงเงินทั้งหมด 1 หมื่นล้านบาท

นายอุทัย ยังกล่าวอีกว่า นายอำนวยต้องรับผิดชอบโครงการกับความเสียหายในโครงการนี้ที่เริ่มโครงการเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว เนื่องจากได้มีการซื้อยางเข้ามาเก็บไว้โดยตลอด ทำให้มียางอยู่ในสต๊อกรัฐบาล 4 แสนตัน โดยเป็นของรัฐบาลนี้ 2 แสนตัน และหากขายยางตามสัญญาที่ทำไว้กับจีนจะทำให้มีผลขาดทุน 2 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน