posttoday
เศรษฐกิจไทยและผลกระทบต่อตลาดหุ้น

เศรษฐกิจไทยและผลกระทบต่อตลาดหุ้น

02 เมษายน 2558

โดย...อาทิตย์ ทองเจริญ

โดย...อาทิตย์ ทองเจริญ

ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่เคยคาดการณ์กันไว้ว่าปีนี้น่าจะเติบโตได้ในระดับใกล้เคียง 4% แต่ผ่านไปยังไม่ถึงไตรมาส นักวิเคราะห์และสำนักวิจัยเศรษฐกิจต่างๆ ก็ได้ทยอยกันออกมาปรับลดประมาณการกันถ้วนหน้า อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทยที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.8% หรือศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 2.8% โดยสาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ล่าช้า เช่น เรื่องของการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่กำลังซื้อของภาคเอกชนเริ่มอ่อนแรง เนื่องจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมไปถึงการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่ดำเนินไปได้ช้ากว่าแผน ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจมีความเสี่ยงต่อการฟื้นตัว

อย่างไรก็ดี ในเรื่องสัญญาณการปรับลดการเติบโตของเศรษฐกิจไทยนั้น ก็ได้มีการเห็นสัญญาณกันมาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว การที่นักวิเคราะห์ต่างๆ ได้มีการทยอยปรับลดคาดการณ์ดังกล่าว จึงไม่ใช่สิ่งที่เหนือความคาดหมาย และตลาดเองก็ได้ตอบรับต่อข่าวดังกล่าวพอสมควร จึงพอกล่าวได้ว่า จากนี้ไป Downside Risk ของตลาดหุ้นไทยจะมีอยู่ค่อนข้างจำกัด

แม้ว่าจะเต็มไปด้วยข่าวลบ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีสัญญาณบวกอะไรเลยที่จะเข้ามาผลักดันเศรษฐกิจ โดยประเด็นแรกที่หลายฝ่ายรอคอยมานาน คือ การเบิกจ่ายงบประมาณและการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ที่เชื่อว่ารัฐบาลเองก็พร้อมจะเร่งการเบิกจ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เปิดเผยไว้ โดยส่วนของการเบิกจ่ายงบลงทุน สำนักงบประมาณได้คาดการณ์ว่าจะเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายที่ 87% ของเงินลงทุนรวมที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่โครงการลงทุนในโครงการบริหารจัดการน้ำ และซ่อมแซมถนน มูลค่าประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาทนั้น ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ก็ได้รับอนุมัติให้สามารถก่อหนี้ได้แล้ว รวมถึงแผนการใส่เงินเข้ากองทุนหมู่บ้าน ซึ่งเชื่อว่าจะมีการเร่งดำเนินการและจ่ายเงินได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวม รวมไปถึงหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะได้รับอานิสงส์ไปด้วย

นอกจากนี้ ยังมีแผนการในการประมูลระบบ 4จี บนคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินจากการประมูลกว่า 5-6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะส่งผลบวกต่อสถานะทางการเงินของภาครัฐ และเพิ่มความน่าสนใจของหุ้นในกลุ่มสื่อสาร โดยยังไม่รวมถึงกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบาย Digital Economy ของภาครัฐด้วย

ด้านธุรกิจการท่องเที่ยว คาดว่าตั้งแต่สถานการณ์การเมืองของไทยเริ่มคลี่คลาย จำนวนนักท่องเที่ยวก็เริ่มกลับเข้ามาและขยายตัวขึ้น โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือน ก.พ.มีมากถึง 2.7 ล้านคน ขยายตัว 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ครึ่งเดือนแรกของเดือน มี.ค. ก็เพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 1.1 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 27% ซึ่งจะช่วยทำให้เม็ดเงินจากต่างชาติไหลเข้ามาจับจ่ายใช้สอย และส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยและหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว

ด้วยปัจจัยต่างๆ จึงเชื่อว่าเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปลายปีที่ระดับ 1,700 จุด หรือแนวโน้ม Upside ประมาณ 13% ยังมีแนวโน้มเป็นไปได้ ทั้งนี้คงต้องจับตามองการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐว่าจะดำเนินไปได้ตามเป้าหมายอย่างไร เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยต่อไปได้ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 2558)

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI