posttoday
บทเรียนจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

บทเรียนจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

01 เมษายน 2558

สหกรณ์เป็นองค์กรการเงินภาคประชาชน ดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสังคมของบรรดาสมาชิกด้วยวิธีการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

สหกรณ์เป็นองค์กรการเงินภาคประชาชน ดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสังคมของบรรดาสมาชิกด้วยวิธีการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

สหกรณ์มี 7 ประเภท คือ (1) สหกรณ์การเกษตร (2) สหกรณ์ออมทรัพย์ (3) สหกรณ์ประมง (4) สหกรณ์ร้านค้า (5) สหกรณ์นิคม (6) สหกรณ์บริการ และ (7) สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จัดตั้งขึ้นโดยความสมัครใจของสมาชิกที่อยู่ในวงสัมพันธ์เดียวกัน เช่น อาศัยในชุมชนเดียวกัน ประกอบอาชีพเดียวกัน หรือในสถานที่เดียวกัน เพื่อการรู้จักช่วยเหลือตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สมาชิกจะต้องสะสมค่าหุ้น หุ้นละ 10 บาท เป็นจำนวนกี่หุ้นขึ้นอยู่กับที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อตอนสมัคร และจะต้องสะสมหุ้นสม่ำเสมอทุกเดือน

การดำเนินกิจการมีลักษณะใกล้เคียงกับธนาคาร คือ การรับฝากเงินจากสมาชิก การให้สินเชื่อ สมาชิกสามารถกู้ยืมไปแก้ปัญหาตามความจำเป็น รายได้หลักของเครดิตยูเนี่ยนจะเกิดจากรายได้จากดอกเบี้ยรับ และผลตอบแทนจากการนำเงินไปลงทุน ผลประโยชน์ที่ได้จะถูกจัดสรรในรูปของทุนสำรองของเครดิตยูเนี่ยน ทุนสวัสดิการต่างๆ เพื่อให้บริการแก่สมาชิก เงินปันผลสำหรับการถือหุ้นของสมาชิก เงินเฉลี่ยคืนจากการใช้บริการเงินกู้ของสมาชิก เป็นต้น

แม้การดำเนินกิจการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนจะมีลักษณะใกล้เคียงกับธนาคาร คือ การรับฝากเงินจากเงินสมาชิก การให้สินเชื่อแก่สมาชิก แต่ก็ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รักษาการ

การฝากเงินไว้กับสหกรณ์เป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความสนใจ เพราะได้ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคาร และการลงทุนก็ไม่มีความเสี่ยงเหมือนลงทุนในตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ข่าวสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (สคย.คลองจั่น) ที่ปล่อยกู้และการสั่งจ่ายเงินทดรองของอดีตประธาน สคย.คลองจั่นที่มีวงเงินเสียหายรวม 1.5 หมื่นล้านบาท เงินจำนวนนี้เป็นเงินที่สหกรณ์อื่นๆ ได้นำเงินมาฝากไว้กับ สคย.คลองจั่นจำนวนมาก ทำให้บรรดาผู้ฝากเงินไว้ต่างต้องคิดหนักขึ้น

 ในปี 2558 มีจำนวนสหกรณ์ทั่วประเทศมากกว่า 8,000 แห่ง มีสมาชิกรวมกันมากกว่า 1.1 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าธุรกิจหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจประมาณ 2.25 ล้านล้านบาท สหกรณ์ทำทั้งการรับฝากเงินและให้สินเชื่อ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับธนาคารพาณิชย์ สหกรณ์จึงควรศึกษาถึงพฤติกรรมการฝากและการถอนเงิน เพื่อดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องให้เพียงพอกับการถอนเงินฝากของสมาชิก

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรเอา สคย.คลองจั่น และกรณีของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญศึกษา จ.เลย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2554 โดยนำเงินไปลงทุนในแชร์ลอตเตอรี่สร้างความเสียหายนับพันล้านบาท เป็นกรณีศึกษาและเร่งวางมาตรการควบคุมและออกกฎระเบียบให้รัดกุมมากขึ้น

การนำความเสียหายราคาแพงมาเป็นบทเรียนสำคัญน่าจะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจมีขึ้นอีก

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI