posttoday
รุ่นหนึ่งถึงรุ่นสอง ‘ลีแฟมิลี่’ ความท้าทายของธุรกิจครอบครัว

รุ่นหนึ่งถึงรุ่นสอง ‘ลีแฟมิลี่’ ความท้าทายของธุรกิจครอบครัว

01 เมษายน 2558

ธุรกิจอาหารของไทย ถือว่ามีเอกลักษณ์และความโดดเด่น ตลอดจนมีความชำนาญและเชี่ยวชาญในการปรุงแต่งอาหาร

โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

ธุรกิจอาหารของไทย ถือว่ามีเอกลักษณ์และความโดดเด่น ตลอดจนมีความชำนาญและเชี่ยวชาญในการปรุงแต่งอาหาร เป็นที่ติดใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเสมอมา แต่การทำธุรกิจร้านอาหารไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยการสั่งสมประสบการณ์อันยาวนานของบรรดานักธุรกิจมือโปร หรือเถ้าแก่

“ชัยเทพ ภัทรพรไพศาล” หรือมิสเตอร์ลี กรรมการผู้จัดการกลุ่มเดอะลีแฟมิลี่ ที่มีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่ง ที่นำประสบการณ์จากการเป็นเชฟมือโปรในภัตตาคารอาหารจีน “เมย์ฟลาวเวอร์” ของโรงแรมดุสิตธานีเมื่อหลายสิบปีก่อน มาก่อร่างสร้างธุรกิจของตนเอง โดยเริ่มจากภัตตาคารอาหารจีน “ลีคิทเช่น” ปัจจุบันมี 12 สาขาทั่วประเทศ

“ลีคิทเช่น” ดำเนินธุรกิจมาถึงปีที่ 26 แล้ว ขณะที่การแข่งขันในธุรกิจสูงขึ้นและมีความท้าทายเพิ่มขึ้นมาตลอด ทั้งจากคู่แข่งโดยตรงและโดยอ้อม คือทั้งจากอาหารจีนและอาหารชาติอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น อิตาเลียน เป็นต้น รวมทั้งพ่อครัวแม่ครัวที่มีฝีมือในการปรุงอาหารจีนระดับห้าดาวหาได้ยากขึ้น ที่สำคัญด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก ทำให้กลุ่มเป้าหมายซึ่งโดยส่วนมากเป็นการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ และกลุ่มครอบครัว ไม่เลือกที่จะใช้จ่ายในระดับนี้

ดังนั้น การบริหาร “ลีคิทเช่น” ในเวลานี้ จึงเน้นไปที่การรักษาคุณภาพเพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นในมาตรฐานที่วางไว้ในระดับสูง และไม่ใช้กลยุทธ์ลดแลกแจกแถมเพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์การเป็นแบรนด์ภัตตาคารระดับหรู

สำหรับ “ลีคาเฟ่” เป็นร้านอาหารในสไตล์ที่ผสมผสานความเป็นตะวันออกและตะวันตก คือ อาหารจีนและอาหารยุโรป เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน เพราะต้องการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายในระดับกลาง วันนี้ “ลีคาเฟ่” ขยายมาถึง 12 สาขา ครอบคลุมพื้นที่หลักๆ ในกรุงเทพฯ อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์ เอราวัณ แบงคอก เซ็นทรัลสีลมทาวเวอร์ คิวเฮ้าส์ ลุมพินี เพลินจิตเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลลาดพร้าว เอสพละนาด รัชดา เซ็นทรัลพระราม 9 และสนามบินสุวรรณภูมิ  

ทั้งนี้ จากการเป็นร้านอาหารร่วมสมัย ซึ่งอาหารแต่ละจานเกิดจากการผสมผสานวัตถุดิบเครื่องปรุง รวมถึงเทคนิคการประกอบอาหาร โดยกลั่นกรองจากประสบการณ์ความชำนาญกว่า 30 ปี จึงทำให้รสชาติอาหารแต่ละจานมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะนับเป็นจุดขายที่สร้างความแตกต่างได้อย่างดี และมิสเตอร์ลียังคงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นด้านหลัก

จนถึงวันนี้ “ลีคาเฟ่” ที่พัฒนามาในรูปแบบครัวจีนทันสมัย หรือ Modern Chinese สามารถตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างดี หลังจากบุกอย่างรวดเร็วในช่วงก่อน แต่ประสบปัญหา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศช่วงนั้นไม่เอื้ออำนวย จากประสบการณ์ครั้งนั้น ทำให้ครั้งนี้ลีคาเฟ่จะก้าวเดินอย่างระมัดระวังมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เพราะมีความเป็นเถ้าแก่อยู่ในตัว มิสเตอร์ลี จึงมองหาโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจอยู่เสมอ และเมื่อปลายปีที่แล้ว เดือน พ.ย. 2557 “ครัวครบรส บาย ลีคาเฟ่” ร้านอาหารไทยที่รองรับกลุ่มเป้าหมายระดับแมส ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า จึงเกิดขึ้นเพื่อทดสอบตลาด ในจังหวะที่มีการเสนอพื้นที่ใหม่ในพลัสมอลล์ ศรีนครินทร์ และหากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี จะทำให้เห็นว่าธุรกิจร้านอาหารของกลุ่ม “ลีแฟมิลี่” สามารถขยายครอบคลุมตลาดได้ทุกระดับ

“การบริหารของเราเป็นกึ่งครอบครัวกึ่งสากล กับลูกน้องเราใช้การดูแลแบบคนในครอบครัว และใช้ระบบในส่วนหนึ่ง สำหรับระดับบริหารใช้หลักการแบ่งหน้าที่ เช่น ผมดูเรื่องครัว ภรรยาดูเรื่องการเงินและจัดซื้อ และกำลังผลักดันลูกให้ทำหน้าที่ผู้จัดการทั่วไป โดยมีคนนอกมาช่วยทำเรื่องมาร์เก็ตติ้ง” มิสเตอร์ลี กล่าว

ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ท้าทายของธุรกิจครอบครัว ซึ่งมีพ่อเป็นผู้นำที่บุกเบิกสร้างชื่อเสียงและรากฐานให้มั่นคง และมีแม่เป็นผู้สนับสนุนไปแล้วในระดับหนึ่ง เพื่อจะส่งไม้ต่อให้รุ่นลูกที่กำลังเข้ามามีส่วนดูแลกิจการ รวมทั้งการต่อยอดหรือขยายธุรกิจไปในอนาคต

เคล็ดลับธุรกิจลีคาเฟ่

เน้นคุณภาพ พิถีพิถัน ในเมนูอาหาร

ขยายธุรกิจอย่าง ระมัดระวัง

มองโอกาสขยายธุรกิจ ให้ครอบคลุม

ดูแลพนักงานแบบ คนในครอบครัวให้เร็ว

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา