
หมดหนี้น้ำตาลมีลุ้นลดราคา4บาท
โพสต์ทูเดย์
— “พาณิชย์” กดดัน “อุตสาหกรรม” ตั้งคณะทำงานถกยกเลิกเงินเข้ากองทุนอ้อยฯ หวังบีบลดราคาน้ำตาลทราย 4 บาทนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังรอให้กระทรวงอุตสาหกรรมแต่งตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งรัดพิจารณานำเงินเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลหลังหมดภาระหนี้ ที่จะมีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ตามมติของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.)
ขณะนี้การนำเงินส่วนต่างในการขึ้นราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศ กก.ละ 5 บาท ตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) สมัยที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปใช้หนี้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย 2.5 หมื่นล้านบาท จะใช้หนี้ครบในเดือน พ.ย.นี้แล้ว ดังนั้นแนวโน้มราคาน้ำตาลทรายควรจะปรับลดลงมา เพื่อความเป็นธรรมกับผู้บริโภค
“
เรื่องราคาน้ำตาลทรายที่เพิ่มขึ้นไป กก.ละ 5 บาท ถือเป็นภาระของประชาชน เป็นไปตามมติ ครม.สมัยนั้น ระบุชัดว่าขึ้นราคาเพื่อใช้หนี้กองทุนฯ เมื่อหนี้สินหมดลงประมาณเดือน พ.ย.นี้ ราคาน้ำตาลทรายก็ควรจะปรับตัวลดลงมาด้วย” นางวัชรี กล่าวการปรับลดราคาน้ำตาลทรายในช่วงเดือน พ.ย.นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะทำงานฯ เบื้องต้นมองว่าควรปรับราคาลดลงไม่ต่ำกว่า 4 บาท/กก. เพราะต้องนำไปคำนวณในส่วนของผู้ค้าส่ง (ยี่ปั๊วซาปั๊ว) ที่ร้องขอให้เพิ่มกำไรในส่วนนี้ เพราะที่ผ่านมาทางยี่ปั๊วซาปั๊วมีกำไรในส่วนนี้น้อยมาก
ขณะที่ต้นทุนด้านต่างๆ เช่น ค่าขนส่งปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งมีความเป็นห่วงว่าหากไม่เข้าไปดูแลอาจกระทบต่อการกระจายน้ำตาลทราย เพราะยี่ปั๊วซาปั๊วไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ โดยภาพรวมส่วนต่างกำไรที่ยี่ปั๊วซาปั๊วได้รับในปัจจุบันเฉลี่ย 70 สตางค์/กก. เท่านั้น
“
การปรับลดอาจไม่ใช่ 5 บาทเต็ม เพราะต้องพิจารณาส่วนอื่นประกอบ เช่น กำไรในส่วนของยี่ปั๊วซาปั๊ว ที่ร้องขอมานานให้มีการเพิ่มกำไรในส่วนนี้บ้าง ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จะมีการตั้งคณะทำงานควบคู่ไปด้วย เพื่อพิจารณาราคาน้ำตาลที่ปรับลดควรเป็นเท่าไหร่กับสถานการณ์เป็นจริง และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” นางวัชรี กล่าวอธิบดีฯ กล่าวต่อว่า จนถึงตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ยังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนหลายพื้นที่ว่ายังประสบปัญหาน้ำตาลทรายราคาแพงและขาดตลาด กระทรวงอุตสาห กรรม ซึ่งเป็นผู้ดูแลการผลิตน้ำตาลจึงควรเข้ามาร่วมแก้ไข
++
“โควตาน้ำตาลทรายพิเศษที่กระทรวงฯได้รับจัดสรรมา 1 ล้านกระสอบ ยังไม่สามารถนำออกมากระจายสู่ระบบได้เต็มที่ เพราะติดปัญหาที่โรงงานน้ำตาลไม่ยอมปล่อยให้แก่ผู้ค้าของกระทรวงฯ เรื่องนี้จึงขอให้รมว.อุตสาหกรรมคนใหม่เข้ามาแก้ปัญหาด้วย เนื่องจากเป็นต้นเหตุสำคัญให้น้ำตาลขาดแคลนถึงตอนนี้” นางวัชรีกล่าว






