
ทำไม AEC จึงเป็นที่น่าสนใจ
ในปี 2558 นี้จะเป็นปีแรกที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะเริ่มขึ้นในบางประเทศรวมถึงประเทศไทย
โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์
ในปี 2558 นี้จะเป็นปีแรกที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะเริ่มขึ้นในบางประเทศรวมถึงประเทศไทย จึงนำมาสู่คำถามว่า AEC คืออะไรและ AEC น่าสนใจอย่างไร และทำไมคนส่วนใหญ่จึงต้องให้ความสำคัญกับการเข้าร่วม AEC มากนัก
การที่อาเซียนถูกพูดถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากคาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคจะอยู่ในระดับสูง จากการร่วมเป็นตลาดและฐานการผลิตแห่งเดียวในภูมิภาคนั้นจะทำให้ภูมิภาคอาเซียนมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากต้นทุนที่ต่ำลง ประกอบกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังรวมกลุ่ม ซึ่งมีจำนวนประมาณ 538 ล้านคน คิดเป็น 9% ของประชากรและมีจำนวนประชากรใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลกรวมทั้งมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการว่างงานเฉลี่ยปีละ 3.5-4% อยู่ในระดับต่ำ จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเพิ่มกำลังซื้อทั้งการบริโภคและการลงทุนให้ปรับเพิ่มขึ้นตามและส่งผลให้ภูมิภาคอาเซียนเริ่มมีความแข็งแกร่งขึ้นและเริ่มเป็นเป้าหมายของธุรกิจการลงทุนในเศรษฐกิจระดับโลก
ผมมองว่าช่วง 1-2 ปีนี้ เศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่องและเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวหลังจากเศรษฐกิจโลกซบเซาในช่วงที่ผ่านมา การเติบโตของเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวทำให้มีความต้องการซื้อสินค้าในกลุ่มอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนของการซื้อขายสินค้ากันเองภายในกลุ่มและนอกกลุ่ม ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกของอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตตาม ขณะที่การใช้จ่ายภายในประเทศเป็นปัจจัยผลักดัน เศรษฐกิจเป็นหลัก จากมาตรการการสนับสนุนของทางการอย่างต่อเนื่องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันของภายในกลุ่ม ซึ่งภาพรวมคาดว่าเศรษฐกิจอาเซียนมีโอกาสเติบโตประมาณปีละ 5-5.5% ซึ่งเติบโตดีพอสมควร
ด้านปัจจัยพื้นฐานตลาดหุ้นอาเซียน ปัจจุบันระดับราคายังคงไม่แพงมากนักเมื่อเทียบกับหุ้นประเทศอื่นๆ โดยระดับราคาหุ้นต่อกำไร (P/E) ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีกระแสเงินทุนต่างชาติเข้าสู่ตลาดหุ้นอาเซียนบวก 3 (ASEAN/จีน/เกาหลีใต้/ญี่ปุ่น) ประมาณ 1,366 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็น่าจะผลักดันให้ตลาดหุ้นอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตได้
แต่จุดสนใจอีกหนึ่งจุดของตลาดหุ้นอาเซียนที่น่าสนใจของนักลงทุน ได้แก่ อัตราการจ่ายปันผลของบริษัทจดทะเบียนซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยมีอัตราการจ่ายปันผลอยู่ที่ประมาณปีละ 4.5% ซึ่งสูงกว่าระดับอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยทั่วโลกที่ประมาณ 2.4% และสูงกว่าอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยในบางกลุ่มภูมิภาค เช่น เอเชียตะวันออก อเมริกาเหนือและยุโรป ที่อยู่ที่ประมาณ 2.1% 1.8% และ 3.6% ตามลำดับ ทำให้คาดว่าน่าจะมีกระแสเงินทุนของนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนที่นิยมลงทุนในหุ้นปันผล
อย่างไรก็ดี แม้การลงทุนในตลาดหุ้นอาเซียนจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการเลือกลงทุนในบริษัทของประเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนได้อีกมาก ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการได้รับผลตอบแทนให้สูงขึ้นได้ รวมทั้งเป็นการกระจายการลงทุนในประเทศอื่นๆ ซึ่งทำให้ลดความเสี่ยงจากการลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง และสามารถสร้างโอกาสการลงทุนในหุ้นที่หลากหลายมากขึ้น แม้จะเป็นหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันก็ตาม ซึ่งช่วยให้นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงแล้วสูงขึ้น แต่การลงทุนในตลาดหุ้นอาเซียนก็ยังคงมีข้อจำกัดบางประการ ซึ่งในฉบับหน้า ผมจะมาเล่าให้ฟังว่าข้อจำกัดเหล่านั้น เราสามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างไรและมีแนวทางอย่างไรหากนักลงทุนต้องการลงทุนในตลาดหุ้นอาเซียน รวมทั้งแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจแต่ละประเทศครับ แล้วพบกันฉบับหน้าครับ







