
ปิดบัญชียางรบ.ปูเจ๊งหมื่นล้าน
เกษตรฯ ปิดบัญชีแทรกแซงยางรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบขาดทุนบักโกรก 1 หมื่นล้านบาท
เกษตรฯ ปิดบัญชีแทรกแซงยางรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบขาดทุนบักโกรก 1 หมื่นล้านบาท
นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับทราบผลการปิดบัญชีโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งใช้เงินในการแทรกแซงราคายางพารา 2.2 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อยางเก็บมาในสต๊อก 2.2 แสนตัน โดยปรากฏว่าสามารถขายให้บริษัท ไห่หนาน จากจีน ได้เงินคืนมา 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากต้องขายยางตามสภาพ และต้องขายตามราคาตลาดในขณะนั้น
“รัฐบาลในสมัยนั้นรับซื้อยางเข้ามาที่ราคา 104 บาท/กิโลกรัม สูงกว่าตลาดโลกที่ราคาอยู่ที่ 81-82 บาท/กิโลกรัม แต่เมื่อมีการขายยางออกในรัฐบาลนี้ปรากฏว่าขายได้ที่ราคาประมาณ 50-63 บาท/กิโลกรัมเท่านั้น เพราะต้องขายตามราคาตลาด ประกอบกับการขายยางตามสภาพ ซึ่งพบว่าเป็นยางเสื่อมคุณภาพจำนวนมาก ส่งผลให้เมื่อปิดบัญชีพบผลขาดทุนสูงถึง 50% ของเงินที่ใช้ในโครงการ หรือ 1 หมื่นล้านบาท” นายอำนวย กล่าว
นายอำนวย ระบุว่า กระทรวงเกษตรฯ จะส่งมอบเงินที่ได้จากการขายยางคืนให้กระทรวงการคลังภายในเดือน พ.ค. 2559 ขณะที่การส่งมอบยางจะแล้วเสร็จใน 14 เดือน
สำหรับความคืบหน้าการแทรกแซงราคายางของรัฐบาลชุดนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเงินเข้าซื้อยาง 1 หมื่นล้านบาท และได้ใช้เงินไปแล้ว 8,000 ล้านบาท เข้าซื้อยางได้ 1.2 แสนตัน ซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้ลงนามสัญญาขายยางให้บริษัท ชิโนเคม จากจีน ที่ปริมาณ 2 แสนตัน ที่ราคาเอฟโอบีบวกด้วยราคาส่วนเพิ่มพิเศษ ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือซื้อขายยางระหว่างรัฐบาลไทย-จีน
นอกจากนี้ รัฐบาลได้พยายามหาตลาดเพื่อระบายสต๊อกที่จะรับซื้อเข้ามาในอนาคต ทั้งตลาดอินเดียและฝรั่งเศส นอกจากตลาดจีน
นายอำนวย กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงยังปรับรูปแบบการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรผู้ปลูกยาง เพื่อทำให้เงินถึงมือเกษตรกรจริง แก้ปัญหายี่ปั๊วกดราคา และช่วยพยุงราคาที่ลดลงในขณะนี้ให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการกำหนดราคารับซื้อยางนำตลาด 1 บาท/กิโลกรัม โดยจะนำเงินที่เหลืออีก 2,000 ล้านบาท รับซื้อยางตั้งแต่เดือน พ.ค. 2556 ซึ่งเป็นฤดูเปิดกรีดยางใหม่
ทั้งนี้ ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาตั้งแต่วันที่ 23-25 มี.ค. ทรงตัวอยู่ที่ 51 บาท/กิโลกรัม







