
ผู้ปกครองรัดเข็มขัด สินค้าชิงกำลังซื้อเปิดเทอม
ช่วงเปิดเทอมที่กำลังจะถึงนี้ ชุดนักเรียนเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่พ่อแม่ผู้ปกครองยังคงรัดเข็มขัด แม้ปีนี้กำลังซื้อจะอั้นจากปีที่ผ่านมา แต่สภาพการแข่งขันยังคงรุนแรงต่อเนื่อง จากการมีสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นและตลาดระดับล่างร่วมกว่า 100 แบรนด์ เข้ามาช่วงชิงกำลังซื้อ
ช่วงเปิดเทอมที่กำลังจะถึงนี้ ชุดนักเรียนเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่พ่อแม่ผู้ปกครองยังคงรัดเข็มขัด แม้ปีนี้กำลังซื้อจะอั้นจากปีที่ผ่านมา แต่สภาพการแข่งขันยังคงรุนแรงต่อเนื่อง จากการมีสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นและตลาดระดับล่างร่วมกว่า 100 แบรนด์ เข้ามาช่วงชิงกำลังซื้อ
อานนท์ จิตรมีศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้อมจิตต์ แมนนูแฟกเจอร์ริ่ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดนักเรียนน้อมจิตต์ เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดชุดนักเรียนมูลค่า 5,000 ล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะกลับมาเติบโต 5% จากกำลังซื้อที่อั้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา พ่อแม่ระมัดระวังการจับจ่าย จึงลดการซื้อชุดนักเรียนลงจาก 3-5 ชุด เป็นเหลือ 2-4 ชุด แต่เพิ่มการซื้อระหว่างเทอมถึง 20% ส่งผลให้ตลาดชุดนักเรียนปีที่ผ่านมาชะลอตัว
ในช่วงที่เศรษฐกิจดีนั้น ตลาดชุดนักเรียนจะสามารถเติบโตได้ถึง 10% ด้วยซ้ำ สำหรับปัจจัยบวกที่ผลักดันให้ตลาดชุดนักเรียนปีนี้คึกคัก ต้อนรับเปิดเทอมภาคเรียนปี 2558 มาจากสถานการณ์การทางเมืองที่คลี่คลายลง ทำให้ความมั่นใจของผู้บริโภคเริ่มกลับมา
สำหรับแผนรับมือในช่วงเปิดเทอม น้อมจิตต์ เตรียมกำลังผลิต 6 หมื่นชุด/เดือน ที่โรงงานบริเวณบางใหญ่ เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดในระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ค. ซึ่งช่วงที่ผู้ปกครองจะมาซื้อส่วนใหญ่เดือน เม.ย.-พ.ค. ในสัดส่วนถึง 80% ส่วนอีก 20% ทยอยซื้อระหว่างเทอม อีกทั้งยังจับมือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์นำชุดนักเรียนร่วมลดราคา 40 บาท/ตัว
ขณะที่เป้าหมายสิ้นปีนี้ น้อมจิตต์หวังเติบโต 5-7% จากปีที่ผ่านมายอดขาย 8 แสนชุด ปัจจุบันน้อมจิตต์เป็นแบรนด์ที่มียอดขาย 1 ใน 3 ของตลาดชุดนักเรียนระดับบน ตลอดระยะ 3-5 ปีที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทเติบโตโดยเฉลี่ย 5-7% มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีตราสมอเป็นผู้นำตลาด
สภาพการแข่งขันตลาดชุดนักเรียนที่รุนแรง จากการมีผู้ประกอบการร่วมกว่า 100 รายทั่วประเทศ ย่านบางลำภู ซึ่งเคยเป็นค้าปลีกขายชุดนักเรียนหลายแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็น ท๊อป สมใจนึก ตราสมอ แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อชุดนักเรียนหันไปซื้อในห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรดแทน
วรวิทย์ ศิริวานิชสุนทร ตัวแทนจำหน่ายชุดนักเรียนตราสมอ สาขาบางลำภู กล่าวว่า สภาพตลาดชุดนักเรียนระดับบนราคาตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป หรือสัดส่วน 30% ของตลาด มีแนวโน้มว่าจะเติบโตน้อย หลังจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองจะหันไปซื้อชุดนักเรียนในตลาดระดับล่างมากกว่า เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างซบเซา เนื่องจากตลาดกลางและล่าง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ในสัดส่วนถึง 70% มีราคาค่อนข้างถูกเริ่มตั้งแต่กว่า 100-200 บาท มีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในย่านค้าส่งโบ๊เบ๊
ปีนี้ตราสมอ สาขาบางลำภู ปรับตัวไม่สต๊อกสินค้าจำนวนมาก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยสั่งซื้อชุดนักเรียนช่วงเปิดเทอมราว 2,200 ชุด เนื่องจากตราสมอเป็นแบรนด์ระดับบน ราคาชุดนักเรียนมัธยม 550 บาท/ชุด ซึ่งราคาที่สูงมีผลต่อการตัดสินใจซื้อและปริมาณการซื้อก็ลดลง ซึ่งปีที่ผ่านมายอดขายลดลง 10% แต่ปีนี้ต้องรอดูในช่วงก่อนเปิดเทอม 2 สัปดาห์ หรือต้นเดือน พ.ค. แต่ดูจากสัญญาณแล้วพบ
ว่า คนส่วนใหญ่ยังระมัดระวังการจับจ่าย
ด้านชุดนักเรียนสมใจนึก อภิรดี หอมสินธุ์ พนักงานบัญชีประจำสาขาบางลำพู กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่า ตลาดชุดนักเรียนจะคึกคักหรือไม่ เพราะยังไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่น แต่เบื้องต้นคาดว่ายอดขายเติบโตไม่หวือหวามากนัก หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้ยอดขายหายไปถึง 50%
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นปีนี้พบว่าต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น 20 บาท/ตัว แต่สมใจนึกไม่มีแผนปรับราคา โดยเริ่มต้นตั้งแต่ 150-500 บาท/ชุด อีกทั้งยังได้จัดโปรโมชั่นแบ็ก ทู สกูล ร่วมกับโมเดิร์นเทรด นำชุดนักเรียนลดราคาลง 22%
จากการสำรวจร้านจำหน่ายชุดนักเรียนท๊อปเป็นแบรนด์ระดับกลางราคา 200-300 บาท ซึ่งปีที่ผ่านมาภาวะเศรษฐกิจซบเซา ส่งผลให้ยอดขายหายไปถึง 70% และปีนี้ยอดขายคาดลดลง 30% เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่หันไปซื้อสินค้าระดับล่างในย่านพาหุรัด ซึ่งท๊อปได้ปรับตัวโดยหันมาให้ความสำคัญกับการขายผ่านห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ 6 สาขามากขึ้น และลดจำนวนพนักงานลง ส่วนกำลังผลิตยังคงเท่าเดิม
ชุดนักเรียนถือว่าผู้ซื้อมีแบรนด์รอยัลตี้สูง แต่จากพิษเศรษฐกิจทำให้ตลาดระดับบนได้รับผลกระทบ เมื่อผู้ปกครองหันไปซื้อชุดนักเรียนในตลาดระดับล่างมากขึ้น ทำให้สินค้าทุกแบรนด์ต้องปรับตัวฝุ่นตลบได้โปรโมชั่นดึงดูดใจ







