posttoday
วัดพระธรรมกายยอมคืนเงินให้สหกรณ์คลองจั่น

วัดพระธรรมกายยอมคืนเงินให้สหกรณ์คลองจั่น

19 มีนาคม 2558

โดย...เดชา กิตติวิทยานันท์

โดย...เดชา กิตติวิทยานันท์

วัดพระธรรมกายยอมคืนเงินให้สหกรณ์ฯ คลองจั่น

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2558 นายศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล โดยนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับ นายฐปณวัชร์ สระสม ผู้รับมอบอำนาจจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยทั้งสองฝ่ายได้ทำบันทึกข้อตกลง มีสาระสำคัญรวม 5 ข้อ ดังนี้

ข้อ 1 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงเป็นที่ยุติว่า เงินบริจาคเป็นเช็ครวม 13 ฉบับ รวมเป็นเงิน 684,780,000 บาท (หกร้อยแปดสิบสี่ล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) เมื่อปี พ.ศ. 2552 ถึงปี พ.ศ. 2553 ซึ่งวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนีได้รับเช็คบริจาคทำบุญมาโดยสุจริต และมิได้รู้เห็นถึงการได้มาของเงินจำนวนดังกล่าวว่าถูกต้องตามระเบียบของผู้รับสัญญาหรือไม่แต่อย่างใด

ต่อมา นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้ถูกกล่าวหาว่าทุจริตยักยอกเงินของสหกรณ์มาบริจาคทำบุญ และต่อมาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร จำเลยที่ 1 วัดพระธรรมกาย จำเลยที่ 2 และพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนี จำเลยที่ 3 ในคดีแพ่ง หมายเลขดำที่ พ.736/2557 ของศาลจังหวัดธัญบุรี เมื่อวันที่ 25 ส.ค. พ.ศ. 2557 ในข้อหาติดตามทรัพย์สินคืน แต่ทั้งนี้วัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนี ยื่นคำให้การต่อสู้คดีกับโจทก์ไว้แล้ว เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2558 ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและรู้เห็นในการที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร นำเงินที่ถูกกล่าวหามาบริจาคทำบุญกับวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนีแต่อย่างใด

ข้อ 2 ผู้ให้สัญญาเห็นว่าเพื่อประโยชน์ต่อการฟื้นฟูกิจการของผู้รับสัญญา การที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้นำเงินของสหกรณ์ผู้รับสัญญาตามบันทึกข้อตกลงข้อ 1 มาบริจาคทำบุญถวายให้แก่วัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนีนั้น ทำให้ผู้รับสัญญาได้รับผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน จนเป็นเหตุทำให้สหกรณ์ผู้รับสัญญา สมาชิก และเจ้าหนี้ได้รับความเสียหายและเดือดร้อน ดังนั้น เพื่อให้สมาชิกและเจ้าหนี้ของผู้รับสัญญาได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอันเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงินของผู้รับสัญญาดังกล่าว ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับสัญญา สมาชิก และบรรดาเจ้าหนี้ อันเป็นหลักเมตตาธรรมที่คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายและเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนดังกล่าวโดยชัดแจ้ง จึงมีความเห็นร่วมกันว่า หากให้มีการต่อสู้คดีที่ศาลจังหวัดธัญบุรีกันต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม อาจต้องใช้เวลานานกว่าคดีจะถึงที่สุด อันจะเป็นเหตุทำให้วัดพระธรรมกาย พระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนี สหกรณ์ผู้รับสัญญา สมาชิก และเจ้าหนี้ทั้งหลายได้รับความเสียหายไม่ว่าผลของคดีจะเป็นเช่นไร และไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและประเทศชาติโดยส่วนรวม จึงได้จัดตั้งกองทุนเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกายฯ ขึ้น

ข้อ 3 ด้วยเหตุผลตามข้อตกลงในข้อ 2 ดังกล่าวนั้น กองทุนในฐานะผู้ให้สัญญามีความประสงค์จะนำเงินมาช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่สหกรณ์ผู้รับสัญญา สมาชิก และเจ้าหนี้ทั้งหลาย อันเป็นการเสริมสภาพคล่องทางการเงินที่จะทำให้สหกรณ์ผู้รับสัญญานำเงินจำนวน 684,780,000 บาท ไปบริหารจัดการและช่วยเหลือสมาชิกและเจ้าหนี้ที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าว โดยกองทุนผู้ให้สัญญาจะแบ่งเงินช่วยเหลือดังกล่าวออกเป็น 6 งวด

งวดที่ 1 มอบให้ภายในวันที่ 16 มี.ค. 2558 จำนวน 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน)

งวดที่ 2 มอบให้ภายในวันที่ 30 เม.ย. 2558 จำนวน 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน)

งวดที่ 3 มอบให้ภายในวันที่ 31 พ.ค. 2558 จำนวน 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน)

งวดที่ 4 มอบให้ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2558 จำนวน 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน)

งวดที่ 5 มอบให้ภายในวันที่ 31 ก.ค. 2558 จำนวน 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน)

งวดที่ 6 มอบให้ภายในวันที่ 31 ส.ค. 2558 จำนวน 184,780,000 บาท (หนึ่งร้อยแปดสิบสี่ล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน)

ข้อ 4 สหกรณ์ผู้รับสัญญาตกลงยินยอมรับเงินจำนวนตามข้อตกลงในข้อที่ 3 จากกองทุนผู้ให้สัญญา เพื่อช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนและได้มีมติตกลงถอนฟ้องให้กับวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนี ในคดีหมายเลขดำที่ พ.736/2557 ของศาลจังหวัดธัญบุรี ในยอดเงินจำนวน 684,780,000 บาท ต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ในวันที่ทำบันทึกข้อตกลงนี้และไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนีอีกต่อไปไม่ว่ากรณีใดๆ และรวมทั้งสิทธิเรียกร้องอย่างอื่น และสหกรณ์จะเป็นผู้แจ้งไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหน่วยงานของรัฐผู้บังคับใช้กฎหมายว่า ทางสหกรณ์ผู้รับสัญญาไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนีอีกต่อไป และจะเป็นผู้ประสานให้สมาชิกได้รับทราบถึงการช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าวจากกองทุนผู้ให้สัญญา และสหกรณ์ผู้รับสัญญาจะไม่ดำเนินการเรียกร้องกล่าวหาหรือฟ้องร้องกับวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนีไม่ว่ากรณีใดๆ อีกต่อไป หากมีการเรียกร้องกล่าวหา หรือฟ้องร้องกับวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนีอีก สหกรณ์ผู้รับสัญญาต้องรับผิดชอบและยินยอมคืนเงินที่ได้รับช่วยเหลือเยียวยาแก่สหกรณ์ไป แล้วคืนแก่กองทุน และกองทุนจะไม่ให้เงินช่วยเหลือเยียวยาในงวดที่เหลืออีกต่อไป และผู้รับสัญญาตกลงว่าหากมีพิสูจน์จนถึงที่สุดแล้วว่าเงินตามจำนวนที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร นำมาบริจาคทำบุญให้วัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนี ไม่ใช่เงินของสหกรณ์ผู้รับสัญญาแต่เป็นเงินของบุคคลอื่น ผู้รับสัญญายินยอมคืนเงินให้แก่กองทุนตามจำนวนเท่าที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่เป็นเงินของผู้รับสัญญาในทันที หรือหากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้ต่อสู้คดีและพิสูจน์ได้ว่าได้คืนเงินจำนวน 684,780,000 บาท คืนแก่สหกรณ์ผู้รับสัญญาแล้ว ผู้รับสัญญาต้องคืนเงินทั้งหมดดังกล่าวให้แก่กองทุน

ข้อ 5 กองทุนโดยนายศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล มีนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้ให้สัญญาตกลงยินยอมร่วมกันรับผิดชดใช้เงินจำนวน 684,780,000 บาท ให้แก่สหกรณ์ผู้รับสัญญา จนกว่าจะส่งมอบเงินจนครบถ้วน และในกรณีผิดนัดส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวบุคคลรวมทั้งคณะบุคคลผู้จัดตั้งกองทุน ผู้จัดการกองทุน ยินยอมให้ผู้รับสัญญาดำเนินการใช้สิทธิเรียกร้องที่มีอยู่เดิม เพื่อบังคับชำระหนี้จากบุคคลทั้งหมดดังกล่าวได้เป็นการส่วนตัวตามบันทึกข้อตกลงนี้ต่อไปโดยชอบ โดยผู้ให้สัญญาและผู้รับสัญญาตกลงว่าให้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้มีผลผูกพันจนกว่าจะมีการชำระเงินหรือปฏิบัติตามสัญญาแล้วเสร็จ และให้ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิเรียกร้องตามข้อตกลงนี้ต่อไป

ถึงแม้เงินจำนวนดังกล่าวจะเป็นเงินจำนวนน้อยนิด เมื่อเทียบกับหนี้สองหมื่นกว่าล้าน แต่ก็มีส่วนช่วยในการเยียวยาสมาชิกคลองจั่นนะครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน