
กรุงไทยคงเป้าปีนี้ สินทรัพย์โต15%
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กรุงไทย คงเป้าทั้งปี AUM โต 15% จากปีก่อน แม้ 5 เดือนแรกธุรกิจกองทุนรวมหงอย กองทุนเกาหลีครบอายุนายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินทรัพย์สุทธิ (เอยูเอ็ม) ภายใต้การบริหารในปี 2553 จะเติบโต 15% จากปีก่อนอยู่ที่ 2.33 แสนล้านบาท แม้ 5 เดือนแรกธุรกิจกองทุนรวมของบริษัทแทบไม่โต หลังจากผลตอบแทนของกองทุนที่ไปลงทุนในพันธบัตรเกาหลีใต้เริ่มลดลง
“
พอกองทุนเกาหลีใต้ครบอายุทำให้เงินหายออกไป บางส่วนไปเข้ากองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนพันธบัตรในประเทศกองอื่นๆ ซึ่งสิ่งที่เราจะทำในปีนี้คือการผสมผสานการลงทุนในพันธบัตรหลายๆ ประเทศเพื่อเพิ่มผลตอบแทน ในขณะที่ความเสี่ยงไม่ได้สูงขึ้น” นายสมชัย กล่าวนอกจากนี้ มีแผนจะออกกองทุนประเภททริกเกอร์ฟันด์ โดยรอดูจังหวะและภาวะตลาดที่เหมาะสมรวมทั้งมีแผนออกกองทุนไปลงทุนต่างประเทศ (FIF) 2 กองทุน ได้แก่ ทองคำ
ทั้งนี้ เดือนที่ผ่านมา บลจ.กรุงไทย มีกองทุนเปิดขายครั้งแรกประมาณ 10 กองทุน ส่วนใหญ่เป็นกองทุน FIF ทั้งกองทุนพันธบัตรเกาหลีที่เปิดขายทุกสัปดาห์ และกองทุนเปิดเคแทม ออยล์ ฟันด์ รวมถึงกองทุนตราสารหนี้ที่ครบอายุ เป็นต้น
นอกจากการออกกองทุนใหม่ๆ แล้ว บริษัทกำลังจะเปิดตัวแคมเปญร่วมกับธนาคารกรุงไทยเพื่อกระตุ้นยอดขายกองทุนเปิดเคแทม ออยล์ ฟันด์ โดยออกบัตรเดบิตวีซ่าซึ่งลงทุนในกองทุนดังกล่าว ทำให้มูลค่าเงินในบัตรจะเพิ่มหรือลดตามราคาน้ำมัน
สำหรับกองทุนส่วนบุคคล (ไพรเวตฟันด์) ในปีนี้เติบโตค่อนข้างดี ซึ่งตั้งเป้าโต 50% จากต้นปีมี NAV อยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยมีกลุ่มลูกค้านักลงทุนสถาบันเข้ามาหารือกับ บลจ.ให้ช่วยเข้ามาดูแลการลงทุนตราสารใหม่ในต่างประเทศ นอกจากนี้ธนาคารออมสินได้เพิ่มเงินในกองทุนเปิดไทยสร้างโอกาส 1 อีกประมาณ 500 ล้านบาท ทำให้กองทุนนี้มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 1,400 ล้านบาท
นายสมชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนความคืบหน้าของกองทุนรวมสาธารณูปโภค หรือ อินฟราสตรั๊คเจอร์ฟันด์ นั้นคงต้องรอให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีข้อสรุปเรื่องรูปแบบการจัดตั้งกองทุนว่าจะมีลักษณะเช่นไร ซึ่งตอนนี้เราได้คุยกับหน่วยงานที่สนใจจะทำกองทุนดังกล่าวอยู่เช่นกัน ซึ่งทางการปะปานครหลวง ก็สนใจโครงการดังกล่าวอยู่เช่นกัน หากทางก.ล.ต.อนุมัติก็น่าจะจัดตั้งกองทุนได้ทันที ซึ่งทางการปะปานครหลวงต้องการสร้างโรงกรองน้ำ โดยมีมูลค่าราว 7,000ล้านบาท ในส่วนของ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ก็ยังสนใจจัดตั้งอินฟราสตรั๊คเจอร์ฟันด์ เช่นกัน โดยการลงทุนนั้นจะลงทุนในโครงการบ่อขุดเจาะ ซึ่งจะมีมูลค่าโครงการหลายพันล้านบาท และมีอายุประมาณ 78 ปี
ขณะที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทยหาลูกค้าใหม่ๆ และรุกสหกรณ์ออมทรัพย์







