
ซีฟโก้ห่วงงานในมืออยู่ถึงกลางปี’54
นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ รองประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. ที่เกิดความวุ่นวายทางการเมือง ส่งผลให้งานเก่าไม่เดินหน้าและงานใหม่ก็หายไป ถึงตอนนี้ความเชื่อมั่นการลงทุนของภาคเอกชนยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัว บริษัทต้องหันไปรับงานภาครัฐมากขึ้น และหากมีการพิจารณางบประมาณ 2554 เสร็จภายใน ส.ค.นี้ รัฐจะมีงบประมาณการก่อสร้างมากระตุ้นอีกมาก ทำให้รายได้ส่วนนี้เพิ่มถึง 60% จากเดิมที่ 40% ในปีนี้
ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (แบ็กล็อก) ประมาณ 2,300 ล้านบาท สามารถรองรับได้ถึงช่วงกลางปีหน้าเท่านั้น โดยปีนี้จะรับรู้รายได้ 1,3001,400 ล้านบาท
สำหรับผลงานทั้งปีนี้บริษัทเตรียมลดเป้าหมายรายได้ลงจากเดิม ที่คาดว่าจะถึง 2,000 ล้านบาท หรือโตขึ้น 15% จากปีก่อนที่ทำได้ประมาณ 1,7001,800 ล้านบาท แต่จะปรับลงมาเหลือเท่าไรต้องขอรอดูงบไตรมาส 2 ก่อน ตอนนี้ยังเหลือเดือน มิ.ย. และพยายามเร่งงานให้มากที่สุด โดยให้ทำตลอดชั่วโมงเพื่อทดแทนช่วงเวลาที่สูญเสียไป
“
เดิมมองว่าปีนี้ผลประกอบการจะดีเพราะมีโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล และความเชื่อมั่นภาคเอกชนน่าจะขยับ แต่ตอนนี้งานประเภทอาคารสูงของเอกชนหายหมด เหลือเพียงงานฐานรากหรือก่อสร้างถนนให้ทำในไตรมาส 2 นี้ ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่ดีเท่างานเจาะเสาเข็ม” นายณรงค์ กล่าวอย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาส 2 นี้ เชื่อว่ารายได้และกำไรจะดีกว่าไตรมาสแรก ที่ขาดทุน 21 ล้านบาท แต่ถือว่าแย่กว่าที่คาดไว้ เพราะเดิมตั้งใจว่าจะดำเนินงานได้เต็มที่กับงานเจาะเสาเข็มของรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่รับงานต่อจากบริษัท ช.การช่าง (CK) ตั้งแต่ไตรมาส 2 แต่คงต้องเลื่อนไปรับรู้ในไตรมาส 34 แทน ทำให้รายได้เข้าภายในปีนี้ได้ประมาณครึ่งหนึ่งของมูลค่าโครงการทั้งหมด 600 ล้านบาท







