
ยานยนต์ต้านรัฐปรับภาษี
รถชี้ถ้าจำเป็นต้องปรับทั้งระบบหวั่นอีโคคาร์กระทบรถกระบะ
โพสต์ทูเดย์
— เอกชนค้านรัฐปรับภาษีรถยนต์ จี้หากทำต้องปรับใหม่ทั้งระบบ หวั่นกระทบรถกระบะ เพราะส่วนต่างน้อยนายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ควรจะมีมาตรการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ แต่หากจะต้องปรับจริงก็ควรปรับใหม่ทั้งระบบตั้งแต่รถกระบะจนถึงรถยนต์แก๊สโซฮอล์อี 85
ทั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่าหากปรับลดเฉพาะรายการ เช่น ปรับลดภาษีให้กับรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) ลงจาก 17% ส่วนต่างด้านภาษีจะยิ่งขยับเข้ามาใกล้กับรถกระบะมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องไม่ลืมว่าไทยเป็นฐานการผลิตรถกระบะขนาดใหญ่ และเป็นจุดแข็งในการผลิตของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ หากปรับโครงสร้างภาษีไม่เหมาะสมอาจจะกระทบการผลิตรถยนต์ทั้งระบบ
สำหรับกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติมีเห็นชอบลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์อี 85 ทุกประเภทจากโครงสร้างภาษีปัจจุบันลง 3% พร้อมกับขยายเวลาลดอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปอี 85 จากอัตรา 80% เหลือ 60% สำหรับรถยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบตั้งแต่ 1,780 ซีซี แต่ไม่เกิน 3,000 ซีซี จำนวนไม่เกิน 2,000 คัน เป็นหมดเขตภายใน 1 ปี ก็ถือว่าเป็นแรงจูงใจที่ดีและจะทำให้ราคารถยนต์ถูกลง และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่ออีโคคาร์เพราะมีการกำหนดขนาดเครื่องยนต์ไว้
ด้านโตโยต้าเองขณะนี้กำลังรอ ครม. อนุมัติลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องยนต์ของรถไฮบริดชั่วคราวเป็นระยะเวลา 23 ปีอยู่ เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ เพื่อสนับสนุนให้มีฐานการผลิตรถยนต์ประเภทนี้ในเมืองไทยมากขึ้น และอาจทำให้ในอนาคตจะมีผู้สนใจลงทุนผลิตแบตเตอรี่และมอเตอร์ในเมืองไทยได้หากมีการผลิตและใช้รถยนต์ไฮบริดมากพอ
นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยกดราคารถยนต์ให้ต่ำลง เพราะอุปกรณ์ที่ต้องนำเข้าเหล่านี้ หากนำมาเฉลี่ยจะมีราคารวมอยู่กว่า 2 หมื่นบาทต่อคัน โดยคาดว่ารัฐบาลจะอนุมัติออกมาพร้อมกับของอี 85 ส่วนการผลิตรถยนต์อี 85 ของโตโยต้านั้นอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งเดิมได้วางแผนไว้ในปี 2555 แต่ที่ผ่านมาโตโยต้าก็ให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ ทั้งโครงการอีโคคาร์ รถยนต์ใช้ก๊าซซีเอ็นจี
รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมหารือร่วมกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง ถึงการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ทั้งระบบให้เกิดความเป็นธรรมเพราะมีการปรับลดภาษีให้กับรถยนต์บางประเภท ทำให้มีผู้ประกอบการเสนอขอสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเข้ามาเพิ่มเติม เพราะกลัวว่าจะกระทบต่อการผลิตเดิมที่ได้รับการส่งเสริมมาแล้ว โดยเฉพาะผู้ประกอบการอีโคคาร์ ดังนั้นจึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปดูว่าควรจะมีการปรับฐานภาษีของรถยนต์ทั้ง 3 ชนิดให้เหมาะสม







