
โชว์อ้อยอาหารสัตว์พันธุ์แรก
ผลงานวิจัยด้านการเกษตรที่น่าสนใจจากกรมวิชาการเกษตรล่าสุด โชว์
“พันธุ์อ้อยอาหารสัตว์” พันธุ์แรก ที่ให้ผลผลิตสูงกว่า 22 ตัน/ไร่/ปี โดยมีเป้าหมายให้เป็นทางเลือกใหม่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อแพะแกะในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมแก้ปัญหาขาดแคลนอาหารหยาบสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บอกว่า ปีนี้กรมวิชาการเกษตรได้ปรับปรุงมิติการวิจัยด้านพืชใหม่ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่เน้นศึกษาวิจัยเฉพาะพืชที่เป็นอาหารมนุษย์เท่านั้น โดยเพิ่มการวิจัยและพัฒนาคลอบคลุมพืชอาหารสัตว์ด้วยสำหรับอ้อยอาหารสัตว์ดังกล่าวมีคุณสมบัติต่างจากอ้อยโรงงาน คือ สามารถสร้างต้นและใบได้มากในเวลาอันสั้น ทั้งยังทนแล้งได้ดี และสามารถงอกใหม่จากลำต้นใต้ดินเมื่อได้รับน้ำ ทำให้ง่ายต่อการจัดการ ทั้งยังมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าการปลูกพืชอาหารสัตว์ชนิดอื่น เช่น ข้าวโพด และข้าวฟ่าง ที่ต้องปลูกใหม่ทุกครั้ง หรือตัดได้เพียง 12 ครั้งเท่านั้น
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลาได้ร่วมกับสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสงขลา ได้นำพันธุ์อ้อย 6 สายพันธุ์ ที่มีลักษณะเหมาะจะใช้เป็นอาหารสัตว์มาทดสอบการให้ผลผลิตในสภาพแวดล้อมของศูนย์วิจัยฯ พบว่า อ้อยโคลนพันธุ์เบอร์ 6 ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์ Phi58260 กับพันธุ์ K84200 เป็นพันธุ์ที่มีศักยภาพเหมาะสมกับการใช้เป็นอาหารสัตว์มากที่สุด คือ มีลำเล็ก แตกกอดี ใบมาก เติบโตเร็ว มีความทนแล้ง สามารถตัดได้หลายครั้ง และมีโปรตีนประมาณ 5 % โดยน้ำหนักสด ซึ่งคาดว่า จะสามารถประกาศรับรองเป็นพันธุ์พืชอาหารสัตว์พันธุ์แรกของกรมวิชาการเกษตรได้ภายในปี 2554
“
อ้อยลูกผสมพันธุ์นี้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุก 34 เดือน หรือยืดไปถึง 6 เดือน โดยให้ผลผลิตต้นสดในสภาพการปลูกแบบอาศัยน้ำฝน เฉลี่ย 2 ตัน/ไร่/เดือน หรือมากกว่า 20 ตัน/ไร่/ปี ซึ่งเกษตรกรสามารถใช้เครื่องสับให้สัตว์กินสด หรือทำเป็นหญ้าหมักไว้เลี้ยงสัตว์ในยามขาดแคลนได้ สัตว์จะชอบกินมากเพราะมีความหวานกว่าฟางข้าวและหญ้าสดทั่วไป ถือเป็นพืชอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ แพะ และแกะ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงโคนม มีความเป็นไปได้สูง ซึ่งจะช่วยลดความสิ้นเปลืองค่ากากน้ำตาลได้ค่อนข้างมาก” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวนายไพโรจน์ สุวรรณจินดา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัด สงขลา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้องในพื้นที่ภาคใต้มีปัญหาขาดแคลนอาหารหยาบและวัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาแพง เนื่องจากพื้นที่ทุ่งหญ้ามีค่อนข้างจำกัด และอยู่ห่างไกลจากแหล่งผลิตพืชไร่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้มีต้นทุนการขนส่งสูง ซึ่งอ้อยอาหารสัตว์นี้จะเป็นทางออกที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้
“
เกษตรกรที่มีพื้นที่น้อยก็ปลูกอ้อยอาหารสัตว์ได้โดยสามารถปลูกตามหัวไร่ปลายนา หรืออาจปลูกในพื้นที่ว่างระหว่างแถวยางหรือปาล์มน้ำมันปลูกใหม่ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาแพง ทำให้ประหยัดต้นทุนและหนุนระบบการผลิตปศุสัตว์ให้มั่นคงมากขึ้น โดยเฉพาะการเลี้ยงแพะแกะในเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังขยายตัวมาก” ผอ.สวพ.8 กล่าวฉะนั้นพันธุ์อ้อยอาหารสัตว์จึงเหมาะสำหรับหน้าน้ำน้อยของไทยอย่างเหมาะเจาะจริงๆ
หากสนใจพันธุ์อ้อยอาหารสัตว์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โทร. 074205980







