
ทูตพาณิชย์ชี้ช่อง เจาะตลาดอาเซียน
ปัญหาการส่งออกของไทยกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ที่ฉุดกระชากให้เศรษฐกิจซบเซาอย่างหนัก
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ปัญหาการส่งออกของไทยกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ที่ฉุดกระชากให้เศรษฐกิจซบเซาอย่างหนัก จนทำให้ความศรัทธาในการบริหารรัฐบาลเริ่มสั่นคลอน
กระทรวงพาณิชย์จึงได้ระดมทูตพาณิชย์ทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนมาให้ข้อมูลสถานการณ์การส่งออก แนวโน้มด้านการตลาดสินค้าและบริการ เพื่อให้เอกชนได้เห็นอุปสรรคและโอกาสในการส่งออกไปในตลาดที่ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่
จีรนันท์ วงษ์มงคล อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำกรุงพนมเปญ กัมพูชา ให้ข้อมูลว่า โอกาสของนักลงทุนไทยในกัมพูชายังมีอยู่มาก เพราะกัมพูชามีนโนบายยินดีต้อนรับนักธุรกิจทุกชาติและทุกขนาด รวมทั้งยังเป็นตลาดระบายสินค้าไทย ทำให้มูลค่าการค้าระหว่างไทย-กัมพูชา จะโตเฉลี่ยปีละ 10% มูลค่าการค้าล่าสุดเมื่อปี 2557 สูงถึง 5,115.19 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปัญหาที่มองเห็นในเวลานี้ คือ คนกัมพูชารวยเกินไป เพราะมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บูมมาก เนื่องจากมีคนรุ่นใหม่ขึ้นมา ซึ่งอุตสาหกรรมที่จะไปสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย
นี่คือโอกาสทองของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือน สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจโรงสีข้าวและอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรที่จะขยายออกไป
จีรนันท์ ชี้ช่องสูตรความสำเร็จในการเข้าไปลงทุนในกัมพูชาไว้ด้วยว่า“หากยิงถูกช่อง เดินถูกทาง และเข้าถูกคน” ก็สามารถเข้าไปทำธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้ได้หมด
พิมล ปงกรองแก้ว อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายพาณิชย์) ประจำนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว บอกว่า ลาวกำลังจะเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล ไปเป็นประเทศที่มีจุดเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน ทั้งทางถนน เครื่องบิน รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง
การจะเข้าไปลงทุนในลาวนั้น ควรจะมุ่งเข้าไปยัง 4 แขวงเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ เวียงจันทน์ หลวงพระบาง จำปาสัก และสะหวันนะเขต เพราะมีประชากร คิดเป็น 51.7% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และจากการมีทุนต่างชาติไหลเข้ามา ทำให้ลาวเปลี่ยนสู่การเป็นสังคมเมืองมากขึ้น มีการลงทุนใหม่ๆ มากมาย ทั้งห้างสรรพสินค้า ศูนย์ประชุม และโรงแรมครบวงจร
รัฐบาลลาวได้ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโนเพื่อรองรับนักลงทุนญี่ปุ่นที่ขยายฐานไปจากไทย มีนครราชนคร ที่จะเป็นโรงแรมที่พัก ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารและสปาแบบครบวงจร เพื่อรับนักท่องเที่ยวจากจีนที่เดินทางมาตามเส้นทางสาย R3A
สินค้าไทยที่มีศักยภาพในการเข้าสู่ตลาดลาว ได้แก่ สินค้าทุนและสินค้าที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากลาวยังผลิตเองได้ไม่ดีนัก เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร โรงพยาบาล และการออกแบบตกแต่งภายใน
อุษา ไวยเจริญ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายพาณิชย์) ประจำกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ชี้ว่า ตอนนี้เวียดนามพยายามทำทุกทางเพื่อที่จะให้ตัวเองกลายเป็นเสือตัวที่ 6 ของอาเซียน โดยเศรษฐกิจของเวียดนามโตเฉลี่ยปีละ 5-6% มูลค่าการค้ากับไทยเพิ่มขึ้นทุกปี ปีนี้จะโตเฉลี่ย 7% จากปีก่อนที่มีมูลค่าการค้า 1.18 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
การเข้าไปเจาะตลาดเวียดนามจะต้องเข้าไปจับ 5 เทรนด์นิยมของคนเวียดนาม คือ 1.กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางเป็นกลุ่มหลักที่ใช้จ่าย 2.คนเวียดนามนิยมสินค้าต่างประเทศมากขึ้น เพราะสินค้าที่ผลิตในประเทศไม่เป็นที่เชื่่อถือ 3.มีแนวโน้มดูแลสุขภาพและความปลอดภัยด้านอาหารเพิ่มขึ้น 4.สินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็กจะได้รับความนิยม เนื่องจากพ่อแม่ชาวเวียดนามให้ความสำคัญกับการศึกษาของลูกมาก และ 5.อินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนเวียดนามไปแล้ว
ดังนั้น สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องสำอาง อุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจบริการทั้ง สุขภาพ ความงาม การศึกษา ร้านอาหาร โรงแรม และอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจากไทย มีโอกาสในตลาดเวียดนาม
บูรณ์ อินธิรัตน์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า เล่าว่า ปัจจุบันค่าครองชีพในย่างกุ้งสูงกว่ากรุงเทพฯ ถึง 20% ขณะที่พม่าไม่สามารถผลิตสินค้าเองได้ กว่า 80% ต้องนำเข้า นั่นคือโอกาสของไทยที่จะเข้าไปทำการค้าและการลงทุนในพม่า โดยด้านการลงทุนในพม่านั้น เวลานี้คึกคักมาก มีทรัพยากรและวัถตุดิบมาก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและเป็นช่องทางสำคัญที่จะกระจายสินค้าไทยไปสู่อินเดีย แอฟริกา และยุโรป
ปิดท้ายด้วย วิลาสินี โนนศรีชัย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย แนะนำว่า หากจะเข้าไปทำตลาดในอินโดนีเซียให้เน้นจับกลุ่มตลาดระดับกลางถึงบน เพราะคนอินโดนีเซียมีกำลังซื้อมากพอ แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะมีเพียง 10% แต่จำนวนประชากรไม่ใช่น้อย และสินค้าที่เข้าไปขายก็ขายได้หมดที่เป็นฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นอาหารและแฟชั่น
“เมื่อเข้าไปลงทุนแล้วก็สามารถใช้วัตถุดิบภายในประเทศได้ จึงทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นสินค้าฮาลาล ซึ่งจะเป็นโอกาสของธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม เพราะมีการนำเข้าถึง 7.58% คิดเป็นมูลค่า 8,707 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% เพียงแต่มีปัญหาเรื่องโลจิสติกส์ที่สูงถึง 30%” วิลาสินี ชี้โพรงโอกาสการค้า การลงทุน







