
อาชญากรรมไซเบอร์ มหาภัยยุครวมกลุ่มเศรษฐกิจ
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่มักมีเป้าหมายเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจ เพิ่มมูลค่าการค้า การลงทุนของกลุ่ม
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่มักมีเป้าหมายเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจ เพิ่มมูลค่าการค้า การลงทุนของกลุ่ม และเพิ่มความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้ประเทศ แต่การรวมกลุ่มลักษณะดังกล่าวมักไม่ได้พาแค่โอกาสมาเพียงอย่างเดียว แต่ยังพาภัยอันตราย เช่น อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ หรือไซเบอร์แอทแทคตามมาด้วย
ธันวา วาทหงษ์ รองผู้อำนวยการส่วนงานการให้คำปรึกษาด้านความเสี่ยง Forensics Technology บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) หรือพีดับเบิลยูซี บอกว่า แม้การรวมกลุ่มเป็นประชาคมอาเซียน จะไม่ได้มีส่วนให้ไซเบอร์แอทแทคเติบโตโดยตรง เพราะไซเบอร์แอทแทคเติบโตขึ้นตามความเสรีของอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการค้าขายและลงทุนระหว่างกันมากขึ้นในยุคเออีซี ไซเบอร์แอทแทคย่อมเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
การสำรวจของพีดับบลิวซี พบว่าในปี 2557 ไทยมีความรับรู้เกี่ยวกับไซเบอร์แอทแทค 39% ดีขึ้นจากปี 2554 ประมาณ 12% โดยผู้ที่เคยเผชิญปัญหาแล้ว 34% ระบุว่า ปัญหามาจากบุคคลภายนอก อีก 21% ระบุว่า มาจากการร่วมมือกันระหว่างบุคคลภายในและภายนอก ขณะที่ 18% พบว่าเป็นคนในขององค์กร อย่างไรก็ดี มีถึง 27% ที่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำไซเบอร์แอทแทคแก่องค์กร
ที่ผ่านมา บริษัทไทยค่อนข้างเชื่อมั่นว่าบริษัทตัวเองสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาไซเบอร์แอทแทคได้ถึง 68% แต่ในความเป็นจริงปัญหาไซเบอร์แอทแทคค่อนข้างซับซ้อน หลายบริษัทจึงไม่ได้ป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง
ธันวา เล่าว่า ปลายปี 2556 เจอกรณีบริษัทส่งออกไทยบริษัทหนึ่ง ถูกคนร้ายเข้าถึงอีเมลแล้วส่งข้อความหลอกลวง (Phishing Mail) ไปยังบริษัทคู่ค้าในสิงคโปร์ แจ้งว่าบริษัทไทยรายนั้นเปลี่ยนบัญชีธนาคารใหม่ ให้โอนเงินเข้ามาบัญชีปลอมนั้นแทน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บริษัทสิงคโปร์เชื่อ เพราะอีเมลเป็นอีเมลจริง และวิธีการเขียนข้อความก็คล้ายคลึงกับวิธีที่บริษัทไทยเคยส่งมา
"โจรไซเบอร์แตกต่างจากโจรทั่วไป ปกติโจรจะรีบเข้าบ้านคน ขโมยของเสร็จก็ออกไป แต่โจรไซเบอร์จะเข้ามาแฝงตัว จัดที่จัดทางให้ตัวเองสามารถเข้ามาซ้ำได้ง่ายๆ เช่น สร้างบัญชีและอีเมลของออฟฟิศขึ้นมาเพิ่ม"
อีกกรณีหนึ่งคือ ผู้จัดการฝ่ายอาคารของบริษัทไทยแห่งหนึ่ง ไปขโมยข้อมูลของบริษัทลูกค้าที่เวียดนาม สาเหตุที่ขโมยได้ง่าย เพราะบริษัทมีนโยบายให้พนักงานนำคอมพิวเตอร์ของตัวเองมาใช้ทำงาน
ทั้งนี้ โจรไซเบอร์สามารถขโมยข้อมูลของบริษัทต่างๆ ได้ง่าย เนื่องจากบริษัทเหล่านั้นไม่ได้ใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์ โปรแกรมแอนติไวรัสจึงมักไม่สามารถจัดการมัลแวร์ที่เข้ามาขโมยข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเราได้ หากหันมาใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์จะช่วยป้องกันได้ดีกว่า และลดต้นทุนความเสียหายลงไปพร้อมกัน
ที่สำคัญ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ไม่ควรให้ฝ่ายไอทีเป็นผู้แก้ปัญหา เพราะอาจทำให้หลักฐานบางอย่างที่จะใช้ตรวจสอบหาคนร้ายเสียหายได้ ควรให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลดู กรณีพบปัญหาจากคนใน และควรให้ผู้ตรวจสอบบัญชีภายในจัดการ
วัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการ บริษัท ไฮเทคแอพพาเรล บอกว่า เขาเคยประสบปัญหาไซเบอร์แอทแทคเช่นเดียวกัน มีอีเมลส่งไปหาลูกค้าในต่างประเทศ โดยปลอมแปลงอีเมลแอดเดรสให้คล้ายคลึงกัน สลับกันเพียง 1 ตัวอักษร เมลปลอมดังกล่าวแจ้งว่าตัวเองเป็นบริษัทน้ำมันซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท ไฮเทคแอพพาเรล ให้โอนเงินเข้าอีกบัญชีหนึ่งแทน ลูกค้าหลงเชื่อและโอนเงิน 16 ล้านบาทให้ โชคดีที่ธนาคารสงสัยและยับยั้งไว้ให้ทัน
"การป้องกันด้วยระบบไอทีอาจทำได้ยาก วิธีป้องกันของเราหลังเกิดเหตุการณ์คือ วางระบบให้ชัดกับคู่ค้าว่า หากจะเปลี่ยนบัญชีโอนเงิน ระดับท็อปของทั้งสององค์กรต้องโทรศัพท์คุยกันเองโดยตรงก่อนเท่านั้น แล้วแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรตามมา เพื่อจะได้ไม่หลงเชื่อฟิชชิ่งเหล่านี้"
ด้าน ธวัช ไทรราหู ผู้อำนวยการอาวุโส สมาคมธนาคารไทย บอกว่า ปี 2557 ที่ผ่านมา สมาคมเจอกรณีการโอนเงินที่น่าสงสัยประมาณ 10 กรณี เนื่องจากพบข้อสังเกตหลายอย่าง เช่น บัญชีเพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่มีเงินจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก จุดประสงค์ของเงินที่โอนมาไม่สอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท ที่ตั้งบริษัทกับสาขาที่เปิดบัญชีดูไม่เกี่ยวข้องกัน
ขณะที่ พ.ต.ท.นันทวุฒิ รอดมณี สารวัตรกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า วิธีการหาอีเมลเป้าหมายของโจรเหล่านี้มี 3 วิธีหลักๆ ได้แก่ 1.แฮ็กข้อมูล 2.ซื้อข้อมูลจากตลาดมืด และ 3.คนในให้ความร่วมมือ ขณะที่วิธีการเข้าบัญชีอีเมลมาจาก 4 วิธีหลัก ได้แก่ 1.การเดาพาสเวิร์ด 2.การเจาะเครื่องแม่ข่ายอีเมล 3.การส่ง Phishing Mail และ 4.ใช้มัลแวร์
สำหรับแนวทางป้องกันเพิ่มเติม คือ 1.มีช่องทางสื่อสารกับคู่ค้ามากกว่า 1 ช่องทาง ผู้ติดต่อค้าขายอาจหันมาสไกป์กันด้วย 2.เมื่อทราบว่าพบปัญหาแล้ว ต้องรีบจำกัดความเสียหายให้เร็วที่สุด ทั้งประสานกับคู่ค้า และแจ้งอายัดบัญชีธนาคารปลอมที่แอบอ้าง
ทั้งนี้ สามารถใช้ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ช่วยอายัดเรื่องดังกล่าวได้







