
หุ้นไทยแพง-โบรกฯกดกำไร
หุ้นไทยดิ่งแรงหลังนักลงทุนรู้สึกแพง-โบรกเกอร์เฮโลหั่นกำไร บจ.ลง แถมหมดทางลุ้น กนง.ที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ย
หุ้นไทยดิ่งแรงหลังนักลงทุนรู้สึกแพง-โบรกเกอร์เฮโลหั่นกำไร บจ.ลง แถมหมดทางลุ้น กนง.ที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ย
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,531.04 จุด ลดลง 28.67 จุด มูลค่าการซื้อขาย 46,254.11 ล้านบาท สถาบันขาย 3,223.02 ล้านบาท รวมถึงบัญชีหลักทรัพย์ขาย 1,270 ล้านบาท
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ ให้ความเห็นว่า ดัชนีที่ดิ่งแรงเกิดจากการที่ตลาดหุ้นไทยมีมูลค่าที่แพงเกินไปแล้ว ขณะที่ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ก็ถูกปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจากนักวิเคราะห์ภายหลังจากผลกำไรปี 2557 ที่ประกาศออกมาไม่ดีนัก รวมถึงผลจากการสำรวจที่ออกมาระบุว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 11 มี.ค. คาดกันว่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ระยะสั้นขาดแรงหนุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศที่ยังคงชะลอตัว และการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าหุ้นไทยที่ปรับลดลงมาต่อเนื่อง แต่หากดูการขายของกลุ่มนักลงทุนแล้วจะเห็นว่าในส่วนของนักลงทุนต่างชาติไม่ได้ขายออกมามากนัก ซึ่งสะท้อนว่าหุ้นที่ต่างชาติถือที่พร้อมขายออกมานั้นไม่น่ามากแล้ว และหากไม่มีแรงขายของต่างชาติก็ทำให้เชื่อว่าดัชนีมีโอกาสลดลงไม่มากแล้ว และมีแนวรับที่ 1,530-1,500 จุด
นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า การปรับลดลงแรงของตลาดหุ้นไทยบ่ายวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา มาจากการปรับลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งกังวลประเด็นที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด ทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมา ประกอบกับปัจจัยภายในของตลาดหุ้นไทยเองที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) แพง กำไร บจ.ปีที่แล้วก็ไม่ดีนัก หลายโบรกเกอร์ก็เริ่มทยอยปรับลดประมาณการกำไร บจ.ลง แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจมากในการที่ตลาดปรับลงแรง เพราะเชื่อว่าการปรับลงของตลาดหุ้น จะเป็นการลงเพื่อขึ้นต่อ ไม่ใช่การปรับลงเพื่อจะไปสร้างฐานใหม่ที่ประมาณ 1,300-1,200 จุด หรือค่าพี/อีประมาณ 13 เท่า ซึ่งคงไม่เป็นเช่นนั้น แต่แนวรับถัดไปที่จะได้เห็นคาดจะอยู่ที่ 1,520-1,500 จุด
วันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา พบรายการซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่(บิ๊กล็อต) ของบริษัท แฟนซีวู๊ด อินดัสตรีส (FANCY) จำนวน 7 รายการ รวม 133,738,200 หุ้น หรือ 28.46% ของทุนชำระแล้ว มูลค่าซื้อขายรวม 468.08 ล้านบาท คิดจากราคาเฉลี่ยหุ้นละ 3.50 บาท ต่ำกว่าราคากระดานซึ่งอยู่ที่ 4.40 บาท ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย H เนื่องด้วยปรากฏรายการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานรายใหญ่ หรือด้วยวิธีบันทึกการซื้อขายรายใหญ่เกินกว่า 25% ของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญ และอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์ FANCY ได้
นอกจากนี้ ยังมีรายการซื้อขายรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) หุ้นบริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น (AQUA) 4 รายการ รวมจำนวน 315 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 1.25 บาท รวมมูลค่า 393.75 ล้านบาท ขณะที่ล่าสุดราคาหุ้น AQUA อยู่ที่ 1.17 บาท
ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ AQUA 5 อันดับแรก ณ วันที่ 28 ส.ค. 2557 เช่น SIAM MEDIA LIMITED ถือหุ้น 640.25 ล้านหุ้น หรือ 15.41% 2.นายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ถือหุ้น 534 ล้านหุ้น หรือ 12.85%







