
บิ๊กแนะลุยซีแอลเอ็มวี
ยักษ์ธุรกิจ เสนอสูตรสำเร็จบุกอาเซียน รุกขุมทองซีแอลเอ็มวี ย้ำต้องศึกษาตลาด สร้างบุคลากรพร้อมลุย
โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์
ยักษ์ธุรกิจ เสนอสูตรสำเร็จบุกอาเซียน รุกขุมทองซีแอลเอ็มวี ย้ำต้องศึกษาตลาด สร้างบุคลากรพร้อมลุย
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) เปิดเผยว่า บริษัทเข้าไปลงทุนในอาเซียนมานานแล้ว เริ่มจากยอดขาย 3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันขาย 1.01 แสนล้านบาท สูตรสำเร็จการเข้าไปทำธุรกิจ คือเริ่มต้นด้วยการส่งออกสินค้าไปทำตลาดก่อน เพื่อศึกษาตลาด เมื่อธุรกิจได้รับการตอบรับที่ดี จึงเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานหรือซื้อกิจการ พร้อมกับลงทุนวิจัยและพัฒนาสินค้า รวมทั้งความสำคัญในการพัฒนาบุคลากร
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการทำตลาดอย่างรับผิดชอบสังคมหรือซีเอสอาร์ในประเทศที่เข้าไปลงทุน ส่งผลให้ปัจจุบันสินค้าของเอสซีจีเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน เช่น วัสดุก่อสร้าง ส่วนปูนซีเมนต์ยังเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน และเป็นเบอร์ 1 ในตลาดซีแอลเอ็มวี สอดคล้องกับเป้าหมายเอสซีจีต้องการเป็นเบอร์ 1 ในอาเซียนปี 2558 ส่วนประเทศที่ควรเข้าไปเริ่มธุรกิจในอาเซียน คือ กัมพูชา เพราะใกล้เคียงกับไทย
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเมลามีน กล่าวว่า การลงทุนต่างประเทศต้องมีบุคลากรที่ดีที่สุด และมีความพร้อม เพราะที่ผ่านมาการส่งบุคลากรไปดูแลธุรกิจต่างประเทศ พบว่าทีมงานท้องถิ่นจะครอบงำจนไม่ทำตามแผนบริษัท นอกจากนี้การทำตลาดต้องเข้าใจห่วงโซ่แห่งคุณค่าธุรกิจ และเข้าใจถึงความต้องการของตลาด เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้ตามต้องการ
ขณะที่ตลาดอาเซียนมองว่าเวียดนามมีศักยภาพ ประชากรกว่า 90 ล้านคน เกือบ 60% เป็นคนรุ่นใหม่อายุราว 30 ปี กำลังซื้อสูง บริษัทลงทุนในเวียดนาม 14 ปี ช่วง 10 ปีแรกขาดทุน แต่อีก 10 ปี มองว่าเวียดนามจะเป็นฐานลงทุนใหญ่กว่าไทย และเร็วๆ นี้จะร่วมทุนกับมาเลเซียตั้งฐานผลิตส่งไปอินโดนีเซีย
นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ช้าง กล่าวว่า ตลาดอาเซียนไม่ได้มีประชากรแค่ 600 ล้านคน เพราะเมื่อรวมนักท่องเที่ยวจะมีกว่า 700 ล้านคน การขยายตลาดต่างประเทศ เพราะวิสัยทัศน์ของประธาน นายเจริญ สิริวัฒนภักดี มองว่า หากได้กำลังซื้อเพียง 1% ของประชากรกว่า 6,000 ล้านคนทั่วโลก จะช่วยให้ไทยเบฟฯ มีรายได้โตได้ 2 เท่า
ทั้งนี้ โอกาสธุรกิจเครื่องดื่มในอาเซียนมีศักยภาพค่อนข้างสูง เพราะอัตราการใช้จ่ายเพื่อซื้อเครื่องดื่มต่อคนยังต่ำ มีโอกาสขยายตลาดได้อีกมาก ผลดังกล่าวบริษัทจึงตั้งเป้าปี 2563 จะมีรายได้จากต่างประเทศ สัดส่วนเพิ่มจาก 24% เป็น 50% และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์จะเพิ่มจาก 25% เป็น 50% โดยตลาดกลุ่มซีแอลเอ็มวี เป็นเป้าหมายหลัก เนื่องจากนิยมสินค้าไทย







