กกร.ทุบโต๊ะส่งออกดีสุด2.5%
กกร.ปรับลดเป้า ส่งออกของไทยปีนี้เหลือ 2-2.5% กังวลหนักรัฐบาลเบิกจ่ายงบลงทุนครึ่งปีไม่ถึง 30%
กกร.ปรับลดเป้า ส่งออกของไทยปีนี้เหลือ 2-2.5% กังวลหนักรัฐบาลเบิกจ่ายงบลงทุนครึ่งปีไม่ถึง 30%
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกร. ซึ่งมีสภาหอการค้าไทยและสมาคมธนาคารไทยเป็นกรรมการ ได้ร่วมกันประเมินแนวโน้มการส่งออกของไทยในปีนี้เห็นว่าอาจจะขยายตัวได้แค่ 2-2.5% ลดลงจากที่ได้ประมาณการไว้เดิมว่าจะขยายตัวได้ 3.5% เนื่องจากมีความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการส่งออกในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาที่การส่งออกติดลบถึง 3.5%
ที่ประชุม กกร.ยังเห็นว่าผลจากแนวโน้มการอ่อนค่าของสกุลเงินของประเทศคู่ค้าและคู่แข่งจะกระทบต่อภาคการส่งออกโดยรวมด้วย แต่ยังเชื่อว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มีแนวโน้มขยายตัวได้ 3.5% ตามประมาณการเดิม เนื่องจากปีนี้จะยังมีการลงทุนของเอกชนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และรายได้จากการท่องเที่ยวเข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม
"การดูแลด้านการส่งออก ภาคเอกชนยังยืนยันว่าต้องการเห็นคณะกรรมการนโยบายการเงินปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.5% เพื่อไม่ให้เงินไหลเข้ามามาก จนส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากกว่าเพื่อนบ้านในขณะนี้" นายสุพันธุ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม กกร.กังวลเรื่องการเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐ ซึ่งเป็นไปอย่างล่าช้ามาก เนื่องจากตัวเลขการเบิกจ่ายงบประมาณเมื่อสิ้นเดือน ม.ค. 2558 เบิกจ่ายได้แค่ 13% มูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เบิกจ่ายถึง 1.2 แสนล้านบาท ทำให้ภาคเอกชนมีความกังวลว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2558 อาจจะไม่ถึง 30%
นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงว่าการส่งออกสินค้าเกษตรที่ได้รับผล กระทบจากราคาที่ตกต่ำลง จึงอยากให้ภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นราคาสินค้าเกษตรที่ชัดเจน เช่น ข้าว ซึ่งที่ผ่านมามีนโยบายจำนำข้าวทำให้ราคาสูงถึง 1.5 หมื่นบาท/ตัน แต่ปัจจุบันปรับลดลงเหลือ 6,000-7,000 บาท/ตัน และมีแนวโน้มลดลงอีก
นายสุพันธุ์ เชื่อว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะมาจากภาคการท่องเที่ยว โดยเดือน ม.ค.ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 2.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15.4%
สำหรับแนวทางดูแลผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) นั้น กกร.ได้เสนอให้รัฐบาลออกนโยบายนิรโทษภาษีด้วยการประกาศไม่เก็บภาษีย้อนหลังสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบจะได้เพิ่มการจัดเก็บรายได้ของประเทศ แต่หากรัฐบาลปฏิเสธมาตรการนี้อาจจะมีผลกระทบด้านจิตใจของเอสเอ็มอีอย่างมาก
นายสุพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ในการประชุม กกร.ครั้งนี้ นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยขอให้ทาง กกร.ส่งตัวแทนเข้าร่วมกับคณะทำงานของ สปช.เพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจโดยเฉพาะกฎหมายสำคัญ 7 ฉบับ







