
สัมปทานปิโตรเลียม
การประกาศเลื่อนการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อให้เกิดคำถามว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไร และหลังจากนี้ไปจะเดินหน้าในเรื่องพลังงานอย่างไร
การประกาศเลื่อนการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อให้เกิดคำถามว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไร และหลังจากนี้ไปจะเดินหน้าในเรื่องพลังงานอย่างไร
พวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีนักลงทุนที่สนใจการยื่นสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 กระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยขณะนี้มีเอกชน 1 รายที่ได้ยื่นขอสัมปทานแล้ว และมีอีกหลายรายเตรียมจะยื่นภายในวันที่ 16 มี.ค.นี้ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีให้ชะลอออกไปก็น่าเป็นห่วงแทนผู้ที่ยื่นขอก่อนหน้านี้ เช่น หนังสือบริคณห์สนธิขอคัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน หนังสือค้ำประกันจากธนาคารมีระยะเวลาค้ำประกันไม่น้อยกว่า 1 ปี
นอกจากนี้ ต้องหารือแนวทางการแก้ไขกฎหมายในคณะทำงานที่จะจัดตั้งขึ้นว่า มีประเด็นไหนที่ต้องการแก้ไขบ้าง ซึ่งหากต้องการให้นำระบบแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ก็ต้องมีการยกร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมใหม่ ซึ้งต้องใช้เวลามากกว่า 3 เดือน แต่ถ้าเป็นการแก้ไขในบางประเด็นก็สามารถออกประกาศเพิ่มเติมได้
รสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ทางเครือข่ายประชาชนฯ ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดในการจ้างสำรวจปิโตรเลียมในแปลงปิโตรเลียมที่มีศักยภาพสูง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับแปลงสัมปทานเดิม ซึ่งจะมีอยู่ประมาณ 13 แปลง ทั้งบนบกและอ่าวไทย ซึ่งการสำรวจรัฐบาลสามารถดำเนินการไปก่อนได้ ในระหว่างที่รอการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ และเมื่อพบว่ามีปริมาณปิโตรเลียมแล้วจึงค่อยมากำหนดอีกครั้งว่าจะใช้วิธีจ้างผลิตหรือแบ่งปันผลผลิต
รสนาประเมินว่าเงินลงทุนในการสำรวจก็อาจไปจ้างเอกชนที่เป็นบริษัทสำรวจปิโตรเลียมก็ได้ ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่หลัก 3 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ไม่ให้เกิดความล่าช้าในการหาแหล่งพลังงานของประเทศ
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) เปิดเผยว่า ทางเครือข่ายฯ ขอบคุณท่าทีของนายกรัฐมนตรีเพราะจะทำให้เกิดบรรยากาศที่จริงใจและความไว้วางใจเพิ่มมากขึ้น และมีความเห็นที่จะเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและประชาชน 3 ชุด ประกอบไปด้วย 1.คณะกรรมการร่วมภาครัฐและประชาชนว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากรปิโตรเลียมแก่ประชาชน รวมถึงการปรับโครงสร้างราคาปิโตรเลียมใหม่ให้มีความเป็นธรรม
2.คณะกรรมการร่วมภาครัฐและประชาชน ว่าด้วยการแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียม เช่น พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 พ.ร.บ.เงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ประมวลรัษฎากรและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดจน กฎกระทรวง ประกาศ คำสั่ง ที่เกี่ยวกัน
3.คณะกรรมการร่วมภาครัฐและประชาชน ว่าด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม ซึ่งรวมถึงแปลงสัมปทานเดิม ที่เอกชนส่งคืนกลับให้แก่รัฐ แปลงสัมปทานที่กำลังจะหมดอายุ แปลงปิโตรเลียมข้างเคียงแปลงสัมปทานเดิม หรือแปลงสัมปทานปิโตรเลียมใหม่







