
เช่า-ซื้อประกันภัยจับตลาดรถหรู
ได้ดอกเบี้ยสูงเกิดอุบัติเหตุต่ำ เงินบาทแข็งหนุนราคาถูกลง
โพสต์ทูเดย์
— ธุรกิจเช่าซื้อ ประกัน หาช่องขยายลูกค้าลงตลาดรถหรู เชื่อได้กำไรดีกว่านายโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง เปิดเผยว่า บริษัทได้ขยายตลาดด้วยการหันมาปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อให้กับลูกค้าที่ซื้อรถสปอร์ตหรูมากขึ้น ปล่อยกู้ตั้งแต่คันละ 220 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันราคารถสปอร์ตหรูได้ปรับลดลงถึงประมาณ 20% ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้มีโอกาสซื้อรถสปอร์ตหรูมากขึ้น
“
แม้กลุ่มรถสปอร์ตหรูจะยังปล่อยสินเชื่อได้น้อยอยู่ คาดว่าได้ปีละประมาณ 500 ล้านบาท แต่ก็ได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยสูงกว่ารถทั่วไป เช่น ถ้าเป็นรถสปอร์ตมือสองก็ต้องคิดดอกเบี้ย 6% ขึ้นไป ส่วนรถสปอร์ตป้ายแดงเฉลี่ยอยู่ที่ 3.54% ขณะที่ค่าบริหารจัดการต่อคันก็ลดต่ำลง ซึ่งเราก็ดูแลเรื่องความเสี่ยงไว้เป็นอย่างดี” นายโกวิท กล่าวทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมียอดสินเชื่อรวมที่ 8,000 ล้านบาท เป็นรถบรรทุก 2,000 ล้านบาท และรถมือสอง 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรถเก๋ง 80% และรถกระบะ 20% ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอล ก็ลดลงเหลือ 2.5% จากเดิม 2.7% ส่วนผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 45.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.6 ล้านบาท หรือ 166% ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาไปยังภูมิภาค การเงินสำหรับไตรมาสสิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2553 สูงกว่าผลการดำเนินงานงวด
เดียวกันของปี 2552 เกินกว่าร้อยละ 20 โดยในปี 2553 มีกำไรสุทธิ 45.74 ล้านบาท กำไร
สุทธิเพิ่มขึ้น 28.59 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 166.68 มีสาเหตุดังนี้
1. รายได้รวมในปี 2553 จำนวน 198.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.17 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 37.58 เป็นผลต่อเนื่องมาจากการขยายสาขาไปยังภูมิภาคเพื่อขยายฐานลูกค้ารายใหม่
ทำให้ยอดลูกหนี้เช่าซื้อเพิ่มขึ้นจาก 5,302.77 ล้านบาทในปี 2552 เป็น 7,546.63 ล้านบาท
โดยเพิ่มขึ้น 2,243.85 ล้านบาทคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.32 ซึ่งส่งผลให้รายได้ดอกผลจากการ
ให้เช่าซื้อเพิ่มขึ้น โดยรายได้ดอกผลจากการให้เช่าซื้อจำนวน 165.91 ล้านบาทในปี 2553
เพิ่มขึ้น 44.06 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ36.16 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2552
2. ต้นทุนทางการเงิน ซึ่งประกอบด้วยดอกเบี้ยจ่ายและค่าธรรมเนียมเงินกู้ในปี 2553 มีจำนวน
69.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 จำนวน 13.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.58 จาก
การที่บริษัทฯได้ขยายการให้สินเชื่อเช่าซื้อ ทำให้บริษัทต้องหา แหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน
ภายในประเทศ และจากบุคคลภายนอกเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทฯ
3. หนี้สงสัยจะสูญปี 2553 จำนวน 16.40 ล้านบาท ลดลง 7.44 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ
31.21 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2552
4. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ในปี 2553 จำนวน 50.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.16 ล้านบาท
หรือเพิ่มร้อยละ 35.73 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2552โดยบริษัทยังคงปล่อยสินเชื่อตามปกติ แม้ทางธนาคารนครหลวงไทยซึ่งเป็นบริษัทแม่จะอยู่ระหว่างควบรวมกิจการกับธนาคารธนชาตก็ตาม
นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนชาตประกันภัย กล่าวว่า ภายใน 23 เดือนนี้บริษัทจะออกแบบประกันภัยรถยนต์ใหม่เพื่อจับกลุ่มตลาดรถหรูโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าสนใจและยังมีช่องว่างทางการตลาดอีกมาก เพราะไม่ค่อยทำประกันไว้ เนื่องจากส่วนใหญ่จะใช้งานเฉพาะวันหยุดเป็นหลัก ทำให้อัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยอยู่ในระดับต่ำกว่ารถทั่วไป ซึ่งเบี้ยประกันแม้จะอยู่ในเกณฑ์สูง แต่ถ้าเทียบกับทุนประกันแล้วก็ไม่สูงแต่อย่างใด







