
รวมมิตรหุ้น กลุ่มไฟแนนซ์
โดย...จิตรา อมรธรรม
โดย...จิตรา อมรธรรม
นับตั้งแต่ต้นปี 2558 เป็นต้นมา กลุ่มที่ปรับตัวสูงที่สุดในตลาดหุ้นเป็นกลุ่มการเงินหรือ Finance โดยดัชนีกลุ่มนี้ปรับตัวบวกถึง 30% ในขณะที่ดัชนีตลาดปรับขึ้น 6% และวิ่งทิ้งห่างอันดับ 2 และ 3 คือกลุ่มวัสดุก่อสร้างและกลุ่มรับเหมาก่อสร้างซึ่งปรับตัวขึ้น 19% เท่ากัน ทั้งที่ภาพเศรษฐกิจมหภาคยังไม่เอื้อต่อธุรกิจไฟแนนซ์มากนัก การบริโภคยังกระเตื้องไม่เต็มที่ มีปัจจัยบวกเพียงอย่างเดียวในปัจจุบันคืออัตราดอกเบี้ยในตลาดที่อยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มว่าจะต่ำต่อไปอีกระยะใหญ่ ทำให้การระดมทุนมีต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก อย่างไรก็ตามราคาหุ้นหลายตัวในกลุ่มปรับตัวขึ้นไปอย่างรวดเร็วจนเกินมูลค่าพื้นฐานที่เราประเมินไว้แล้ว จึงไม่แนะนำให้รีบซื้อทันทีทันใด แต่ใจเย็นรอเวลาให้ราคาได้ปรับลงมาเป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้MTLS เราปรับประมาณการกำไรขึ้นอีกครั้งสัปดาห์ที่แล้วได้กล่าวถึง LIT ไปแล้ว แม้ว่าจะอยู่ในตลาด mai แต่ก็อยู่ในกลุ่ม Finance เช่นกัน และราคาหุ้นยังไม่แพงเกินไป โดยนักวิเคราะห์ของเรา (บล.ฟินันเซีย ไซรัส) ได้ประเมินมูลค่าพื้นฐานในปีนี้ไว้ที่ 5.22 บาท สำหรับ MTLS ซึ่ง บล.ฟินันเซีย ไซรัส เป็นทั้งที่ปรึกษาทางการเงินและเป็นแกนนำในการจัดจำหน่ายหุ้น IPO ของบริษัทนั้น ได้ประกาศผลกำไรของปี 2557 ออกมาดีตามคาด คือเพิ่มขึ้น 55% เป็น 544 ล้านบาท
แต่องค์ประกอบของกำไรดีกว่าที่เราคาดไว้ คือฐานสินเชื่อและรายได้ค่าบริการสูงกว่าที่คาด ทำให้นักวิเคราะห์ของเราปรับประมาณการอีกครั้ง โดยปรับเพิ่มยอดลูกหนี้คงค้างขึ้นจากเดิม 1.09 หมื่นล้านบาท เป็น 1.13 หมื่นล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 52% จากปีก่อน ซึ่งเกิดจากแนวโน้มการขยายสาขาได้มากกว่าและเร็วกว่าที่เราคาดไว้ และเราได้รวมประโยชน์จากธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ ซึ่ง MTLS จะต่อยอดธุรกิจจากฐานลูกค้าเดิมและมีคุณภาพดีเข้าไว้ในประมาณการด้วย
นอกจากนี้ เราปรับต้นทุนทางการเงิน (Credit cost) ลงจากเดิม 1% เป็น 0.5% จากคุณภาพหนี้ที่แข็งแกร่ง ทำให้การตั้งสำรองในระดับปกติน่าจะเพียงพอ และปรับเพิ่มรายได้ค่าบริการขึ้นจากเดิม ทำให้กำไรสุทธิในปี 2558 เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 7% เป็น 1,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 84% มูลค่าพื้นฐานจึงปรับขึ้นเป็น 24 บาท จากเดิม 22 บาท โดยยังคงอิงวิธี PE to Growth 1.2 เท่า
GL กำไรจะ Turnaround ครั้งใหญ่ในปีนี้GL เป็นอีกหนึ่งบริษัทในกลุ่มที่เราชอบในการเติบโตของธุรกิจ บริษัทประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถญี่ปุ่น การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการเข้าซื้อหุ้น 100% ของ GL Finance ซึ่งทำธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในกัมพูชา โดยได้รับสิทธิในการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ฮอนด้าแต่เพียงผู้เดียวในกัมพูชา ถือเป็นเจ้าแรกที่เข้าไปบุกตลาดสินเชื่อรถจักรยานยนต์ในกัมพูชาและประสบความสำเร็จ โดยมีกำไรแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา และในอนาคตจะขยายธุรกิจไปให้ครบในตลาด CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว พม่า และเวียดนาม) จะขยายธุรกิจไปในลาวในไตรมาสแรกของปีนี้ และพม่าในปี 2559
ส่วนตลาดเวียดนามซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพที่สุด อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยอาจเข้าไปในรูปแบบของการควบรวมกิจการ เราเชื่อว่ากำไรของบริษัทจะ Turnaround ครั้งใหญ่ในปี 2558 จากการรับรู้กำไรเต็มปีของธุรกิจในกัมพูชา และค่าใช้จ่ายรถยึดที่ลดลง ทั้งนี้เราคาดกำไรสุทธิในปี 2558 จะโตก้าวกระโดด 252% ประเมินมูลค่าพื้นฐาน 7.50 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันสูงเกินไป ควรรออ่อนตัว
THANI ได้ประโยชน์จากการขยายตัวของภาคการขนส่งธุรกิจของ THANI คือให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถเพื่อการพาณิชย์ (รถบรรทุก รถกระบะ รถแท็กซี่ รถหัวลาก) มือสอง กำไรสุทธิในปี 2557 ที่ผ่านมาที่ลดลง 7% เกิดจากค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่สูงขึ้น 61% ให้สอดคล้องกับจำนวน NPL ที่สูงขึ้นเป็น 5.1% ของสินเชื่อรวม จาก 3.6% ในปี 2556 ในขณะที่สินเชื่อเพิ่มขึ้น 1.6%
อย่างไรก็ตาม THANI ยังมีระดับการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญต่อหนี้สูญ (Coverage ratio) ที่ไม่สูงนัก เพียง 48% จึงมีแนวโน้มการตั้งสำรองฯ ในระดับสูงอยู่ต่อไปในปีนี้ แต่อย่างน้อยเราเชื่อว่าบริษัทจะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของการก่อสร้างในประเทศ (รถดัมพ์) การค้าชายแดนและการฟื้นตัวของภาคส่งออก (รถหัวลาก) ทำให้เราคาดการณ์ว่าสินเชื่อของบริษัทจะขยายตัว 15% แม้ว่าคุณภาพสินเชื่อจะมีทิศทางดีขึ้นแต่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ แต่ก็น่าจะทำให้กำไรสุทธิในปี 2558 ขยายตัวได้ 18% เป็น 832 ล้านบาท ประเมินมูลค่าพื้นฐาน 4.92 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันสูงเกินไปมาก ควรรออ่อนตัวเช่นกัน







