posttoday
MFCลุ้นสำรองเลี้ยงชีพขึ้นที่1

MFCลุ้นสำรองเลี้ยงชีพขึ้นที่1

24 กุมภาพันธ์ 2558

เอ็มเอฟซี ไม่ถอดใจหวังปีนี้ขึ้นแชมป์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตั้งเป้ารายได้เพิ่ม 19% แม้เอยูเอ็มจะโตแค่ 5%

เอ็มเอฟซี ไม่ถอดใจหวังปีนี้ขึ้นแชมป์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตั้งเป้ารายได้เพิ่ม 19% แม้เอยูเอ็มจะโตแค่ 5%

น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่า ในเดือน มี.ค.นี้ จะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาทเลือกผู้จัดการกองทุน ซึ่งเอ็มเอฟซีจะเข้าร่วมเสนอราคา ซึ่งหากได้รับการคัดเลือกจะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดขึ้นไปอยู่อันดับ 1 ทันที

“เรายังหวังที่จะเป็นอันดับ 1 อยู่ จากตอนนี้ที่มีส่วนแบ่งการตลาดยังอยู่ในอันดับ 2 แม้ว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิจะลดลงไปบ้าง เนื่อง จากการจ่ายคืนให้พนักงานที่เกษียณอายุไปประมาณ 2,000 ล้านบาทในแต่ละปี แต่ยังคงเดินหน้าหาลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะลูกค้าบริษัทเอกชนที่มีค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการสูงกว่ารัฐวิสาหกิจ” น.ส.ประภา กล่าว

ในปี 2558 บลจ.เอ็มเอฟซี ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 1,074.8 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 19% จากปี 2557 ที่มีรายได้ 903.4 ล้านบาท ในขณะที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) อยู่ที่ 4.38 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% จากสิ้นปี 2557 ที่มีอยู่ 4.16 แสนล้านบาท

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1.42 แสนล้านบาท กองทุนวายุภักษ์ 1.58 แสนล้านบาท กองทุนรวม 5.3 หมื่นล้านบาท กองทุนส่วนบุคคล 3.88 หมื่นล้านบาท กองทุนอสังหาริมทรัพย์ 2.25 หมื่นล้านบาท

สำหรับธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล น.ส.ประภา กล่าวว่า ยังตั้งเป้าหมายขยายกลุ่มลูกค้าต่อเนื่อง หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 15% โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด จากการเปิดสาขาในต่างจังหวัดและเพิ่มทีมขาย

“ตลาดต่างจังหวัดยังไม่มีใครกล้าไปเปิด แต่จากการที่เราเปิดสาขามา 4 สาขาถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก และปีนี้มีแผนที่จะเปิดอีก 3 สาขา เริ่มจาก จ.ระยอง ในเดือน พ.ค.นี้ และยังเพิ่มขนาดสาขาที่แจ้งวัฒนะให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับลูกค้าที่มีมากขึ้นด้วย” น.ส.ประภา กล่าว

น.ส.ประภา กล่าวถึงธุรกิจกองทุนรวมว่า จะขยายฐานการลงทุนในกองทุนหุ้นมากขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยหาพันธมิตรทางธุรกิจที่จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้นักลงทุนได้มากขึ้น และการเพิ่มช่องทางการขาย

สำหรับกองทุนหุ้นในประเทศ นางพัณณรัชต์ บรรพโต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายบริหารกองทุน กล่าวว่า “ปัจจัยที่ผลักดันตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ คือ นักลงทุนรายย่อย ทำให้หุ้นที่ผลักดันตลาดจะเป็นหุ้นขนาดกลางและเล็ก แต่กองทุนเราคงไม่ไปไล่ตาม แต่จะคัดเลือกหุ้นที่ดี เพราะหุ้นในกลุ่มนี้หลายตัวยังน่าสนใจ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดกองทุนใหม่เพื่อลงทุน รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนหุ้นกลุ่มนี้เข้าไปในพอร์ตกองทุนหุ้นที่มีอยู่ด้วย”

ขณะที่กองทุนหุ้นต่างประเทศ นางพัณณรัชต์ กล่าวว่า จะเน้นลงทุนในประเทศที่มีการผ่อนคลายนโยบายการเงิน มีการเลือกตั้งใหม่ มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง เช่น อินเดีย ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน นอกจากนี้ ในครึ่งปีหลังจะลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ เนื่องจากการปรับเพิ่มดอกเบี้ยจะทำให้ตลาดหุ้นลดลงได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน