posttoday
ปฏิบัติการ ‘ประชาชนสุขใจ’

ปฏิบัติการ ‘ประชาชนสุขใจ’

24 กุมภาพันธ์ 2558

วันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้ไปเดินตลาดเทศบาล 1 จ.เชียงราย ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่เรียกกันว่า กาดหลวง ได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าสอบถามถึงการค้าขายว่าเป็นอย่างไรบ้าง 

วันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้ไปเดินตลาดเทศบาล 1 จ.เชียงราย ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่เรียกกันว่า กาดหลวง ได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าสอบถามถึงการค้าขายว่าเป็นอย่างไรบ้าง 

คำตอบที่ได้คือ “พอขายได้ ไม่ได้ขายดี”

ฟังแล้วก็นึกถึงทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เรื่องอุปสงค์/อุปทาน และการวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจที่ว่า เศรษฐกิจจะดีจริงหรือไม่ ต้องดูที่ภาวะเศรษฐกิจของท้องถิ่น ไม่ใช่ดูเฉพาะในเมืองหลวง ซึ่งก็มีรายงานเศรษฐกิจหลายฉบับวิเคราะห์ตรงกันถึงภาวะเศรษฐกิจภาพรวมสอดคล้องกับคำตอบที่ได้รับ

โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ออกมาประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2558 ไว้ว่า จะเติบโต 4% ซึ่งใกล้เคียงกับที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ อยู่ที่ช่วง 3.5-4.5% ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโลกในช่วงนี้ก็มีสภาพที่ไม่แตกต่างจากภาวะเศรษฐกิจไทยเราเท่าไร โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกมาอยู่ที่ 3.5% จากเดิม 3.8% ส่วนเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียนั้น ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) คาดการณ์เศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ว่ายังคงเติบโตได้แต่เป็นไปในอัตราที่ชะลอลง  

ถ้าดูเฉพาะเศรษฐกิจไทยจะพบว่า สาเหตุที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างช้าๆ มาจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ครัวเรือนชะลอการใช้จ่าย ซึ่งจากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าครัวเรือนไทยมีหนี้สินเฉลี่ยต่อเดือน 159,492 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 อยู่ที่ 8.7% โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน/ครัวเรือน 19,259 บาท เพิ่มขึ้น 5.2% ขณะที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน/ครัวเรือน อยู่ที่ 25,403 บาท เพิ่มขึ้น 4.6% 

ดังนั้น ภาครัฐจึงต้องมีนโยบายที่ช่วยสร้างสมดุลภาคครัวเรือนควบคู่กับการกระตุ้นภาคการส่งออก ภาคการลงทุน และภาคการท่องเที่ยว ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ผลพวงประการสำคัญของนโยบายต่างๆ ทั้งนโยบายการเงินการคลัง นโยบายเศรษฐกิจ นโยบายการลงทุน และมาตรการต่างๆ อาทิ มาตรการลดค่าครองชีพ มาตรการภาษี มาตรการพยุงราคาสินค้า เป็นต้น รวมไปถึงการเร่งรัดการเบิกจ่ายและการเร่งการลงทุนตามโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ก็เป็นไปเพื่อสร้างดุลยภาพทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ

เมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีเรื่องที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนในประเด็นที่กล่าวถึงนี้หลายเรื่อง เช่น การที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีแผนส่งเสริมการลงทุนใน 23 โครงการ คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนรวม 77,228 ล้านบาท โดยคาดว่ามูลค่าการลงทุนทั้งปี 2558 จะอยู่ที่ 3.5 แสนล้านบาท รวมทั้งการที่รัฐผ่านความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ที่ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีความคล่องตัวในการรับบริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้เพิ่มขึ้น

ในเรื่องของการส่งเสริมผู้ประกอบการนี้ ก็มีหลายโครงการที่เป็นงานบูรณาการความร่วมมือร่วมกันของทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เช่น โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย (Micro Entrepreneurs) ซึ่งบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาห กรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมกับ 17 สถาบันการเงิน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีข้อจำกัดในเรื่องของการหาผู้ค้ำประกันได้มีโอกาสเข้าสู่สถาบันการเงินในระบบ โดย บสย.เข้ามาเป็นผู้ค้ำประกัน

ในส่วนของธนาคารออมสินเอง ได้เปิดตัวโครงการนี้ โดยใช้ชื่อว่า “สินเชื่อประชาชนสุขใจ” ซึ่งได้ kick off อย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ณ ตลาดเทศบาล 1 เชียงราย ซึ่งนอกจากสินเชื่อประชาชนสุขใจแล้ว ก็ยังมีอีก 3 โครงการที่สนองต่อนโยบายรัฐในการสนับสนุนประชาชนรายย่อย ได้แก่ โครงการ “สินเชื่อออมสุขใจ” สำหรับกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำแต่มีคำมั่นที่จะมีวินัยการออมที่ดี โครงการ “สินเชื่อเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต” สำหรับกลุ่มลูกจ้าง/พนักงานโรงงาน ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจที่มีรายได้น้อย และโครงการ “สินเชื่อคืนความสุข” สำหรับกลุ่มลูกค้าสินเชื่อเดิมของธนาคารซึ่งมีวินัยทางการเงินดี 

ทั้ง 4 โครงการที่ผมกล่าวถึงนี้ คิดเป็นวงเงินที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากซึ่งจะตกถึงมือผู้ประกอบการรายย่อยถึง 3.5 หมื่นล้านบาทครับ แล้วเรามาร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยด้วยกันนะครับ กับปฏิบัติการ “ประชาชนสุขใจ” ตลอดทั้งปี 2558 นี้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน