
เขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทย
รัฐบาลมีแผนจะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทย เพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาลงทุนเปิดโรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
โดย...สุรเชษฐ กองชีพ
รัฐบาลมีแผนจะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศไทย เพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาลงทุนเปิดโรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยจะมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับผู้ที่เข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งประกอบไปด้วยเขตนิคมอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม ศูนย์กลางการขนส่งสินค้า ทำให้ในแต่ละเขตเศรษฐกิจพิเศษจะมีความพร้อมสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน และเพื่อพัฒนาเมืองชายแดน
ทำเลที่รัฐบาลมีแผนจะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในช่วงแรกมี 5 เขต ดังนี้ 1.จ.ตาก เนื้อที่ 886,875 ไร่ 2.จ.มุกดาหาร 361,542 ไร่ 3.จ.สระแก้ว 207,500 ไร่ 4.จ.ตราด 31,375 ไร่ 5.จ.สงขลา 345,188 ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งหมด 1,832,480 ไร่
เขตเศรษฐกิจพิเศษทุกแห่งจะกระจายอยู่ตามแนวชายแดนที่มีด่านผ่านแดน หรือด่านศุลกากรที่ใช้กำกับการขนส่งสินค้าเข้า-ออกประเทศไทย โดยวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก โดยสามารถพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านได้
นอกจากนี้ จังหวัดที่มีพื้นที่บางส่วนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษยังเกิดความเจริญ เศรษฐกิจขยายตัว มีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งสนามบิน ถนน เส้นทางรถไฟ สะพาน มีคนเดินทางเข้าไปทำงาน ลงทุน ทำธุรกิจ หรือว่าค้าขายมากขึ้น
รัฐบาลปัจจุบันผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้โครงการมีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยปัจจุบันมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในแต่ละจังหวัด รวมทั้งกำหนดนโยบายสิทธิประโยชน์ที่นักลงทุนจะได้รับ รวมทั้งสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
แต่อุปสรรคสำคัญในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในปัจจุบัน คือ ราคาที่ดินปรับขึ้นไปมากแล้วในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยบางแห่งปรับขึ้นไปมากถึง 500-600% หรือ 5-6 เท่าตัว สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาที่ดินเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คือ การที่รัฐบาลออกข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีนักลงทุนบางส่วนเข้าไปกว้านซื้อที่ดินในบริเวณที่คิดว่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษมาครอบครองไว้ ทำให้ราคาที่ดินปรับขึ้นตามความต้องการที่มากขึ้น และอุปทานที่เหลือน้อยลง
ขณะที่รัฐบาลก็ประสบกับปัญหาเช่นกัน คือ ราคาที่ดินที่สูงทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเวนคืนที่ดิน ทำให้รัฐบาลอาจจะปรับเปลี่ยนมาใช้ที่ดินของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือว่าของรัฐบาลเองในการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
นอกจากนี้ การที่เอกชนยังไม่ค่อยตื่นตัวในเรื่องนี้ ก็เพราะหลายๆ สาเหตุทั้งเรื่องของขอบเขตที่ดินที่จะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ การแบ่งโซนภายในเขต ระบบสาธารณูปโภค สิทธิประโยชน์ยังไม่ดึงดูดใจ ราคาที่ดิน และการที่หลายบริษัทย้ายฐานการผลิตออกไปจากประเทศไทยก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ประเทศอื่นที่อยู่รอบๆ ประเทศไทยก็มีการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเช่นกัน โดยในลาวมีถึง 9 แห่ง ที่ติดชายแดนไทย กัมพูชา 1 แห่ง และพม่า 1 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็มีสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับนักลงทุนเช่นกัน
ดังนั้น การที่ประเทศไทยเริ่มทีหลังประเทศเพื่อนบ้านนั้นก็จำเป็นต้องมีสิ่งที่น่าสนใจและดึงดูดใจมากพอสมควร







