
รายย่อยแห่จัดตั้งบริษัทคึก
รายย่อยแห่จดทะเบียน รวมตัวจัดตั้งบริษัทใหม่คึกคัก รับนโยบายลดภาษีเอสเอ็มอี
รายย่อยแห่จดทะเบียน รวมตัวจัดตั้งบริษัทใหม่คึกคัก รับนโยบายลดภาษีเอสเอ็มอี
นายทรงฤทธิ์ อมรวิกัยกุล อุปนายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ผู้ประสานงานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และอุปนายกสมาคมเอสเอ็มอี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลมีนโยบายประกาศนิรโทษกรรมเอสเอ็มอีที่มียอดขายไม่เกิน 200 ล้านบาท และไม่ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง จะส่งผลดีทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและรายย่อยสนใจเข้ามาในระบบมากขึ้น ถือเป็นมาตรการตรงจุดมากสุด เชื่อว่าภายใน 1 ปีนับจากนี้ จะเห็นจำนวนผู้ประกอบการเข้ามาในระบบจัดตั้งบริษัทจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน กรมสรรพากรมีนโยบายให้ห้างหุ้นส่วนสามัญมีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา และต้องจ่ายภาษีเข้าสู่ระบบตามปกติ และจ่ายภาษีปีละ 2 ครั้ง ดังนั้น เชื่อว่ามาตรการจูงใจจะส่งผลให้ห้างหุ้นส่วนสามัญ มาเข้าระบบมากขึ้น รวมทั้งจะเห็นผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อย หันมารวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์ท้องถิ่นที่มีสถานะเทียบเท่ากับนิติบุคคล เพื่อเข้าสู่ระบบเช่นกัน
นอกจากนี้ อยากให้ภาครัฐมีมาตรการยกเว้นภาษีสินค้าที่นำไปแสดงในต่างประเทศ หากขายไม่หมดต้องนำกลับประเทศและถูกเก็บภาษีขาเข้า หากไม่มีหนังสือยกเว้นจากรัฐ เรื่องนี้ส่งผลกระทบมากต่อผู้ประกอบการ รัฐควรมีมาตรการลดหย่อนภาษี หรือยกเว้นภาษีขาเข้าแบบครั้งต่อครั้ง และมีอีกหลายมาตรการที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยเตรียมรวบรวมปัญหาและมาตรการต่างๆ ที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบทั้งทางภาษีและนโยบายของรัฐในด้านต่างๆ เพื่อเสนอไปยัง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า มาตรการนิรโทษกรรมและลดภาษีให้เอสเอ็มอี จะส่งผลให้เอสเอ็มอีสนใจเข้ามาในระบบจำนวนมาก เพราะที่ผ่านมาเอสเอ็มอีที่ไม่สนใจเข้ามาในระบบและไม่ให้ภาครัฐช่วยเหลือ เพราะกังวลว่าจะถูกตรวจสอบย้อนหลังตามมา ถือเป็นมาตรการที่ช่วยผู้ประกอบการได้ตรงจุด







