posttoday
ลัดเลาะย่านการค้า 'ปรับรับวิถีเปลี่ยน'

ลัดเลาะย่านการค้า 'ปรับรับวิถีเปลี่ยน'

22 กุมภาพันธ์ 2558

เมื่อเจาะลึกถึงย่านการค้าเก่าแก่ของไทยในปัจจุบัน ต้องนึกถึงตลาดสำเพ็งและประตูน้ำ

เมื่อเจาะลึกถึงย่านการค้าเก่าแก่ของไทยในปัจจุบัน ต้องนึกถึงตลาดสำเพ็งและประตูน้ำ ที่ถึงทุกวันนี้ยังทรงคุณค่าและความสำคัญเช่นเดิม แต่วิถีการค้าต้องปรับเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่โลกการค้าไร้พรมแดน

เริ่มลัดเลาะจากตลาดสำเพ็ง ในยุคก่อนจะคึกคักตั้งแต่ช่วงถนนมังกรและถนนผลิตผลใกล้เยาวราชต่อมายังถนนวานิช ที่สามารถเดินเท้าทะลุต่อไปถึงย่านตลาดผ้าพาหุรัดได้ ตลาดสำเพ็งถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมของสินค้าค้าส่งและปลีกหลากหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้ากิฟต์ช็อป ตุ๊กตา สินค้าแฟชั่น เปิดขายกันทุกวันตั้งแต่เวลาแปดโมงเช้าจนถึงห้าโมงเย็น

เอกภูมิ ฉัตรวุฒิไกร เจ้าของร้านพรทิพย์ เทรดดิ้ง จำหน่ายสินค้าหมวกนวัตกรรมที่ออกแบบเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เล่าว่า เปิดร้านในย่านสำเพ็งมานานร่วม 20 ปี เผชิญการเปลี่ยนแปลงมาตลอด จนถึงปัจจุบันพบว่ากำลังซื้อค่อนข้างเงียบเหงาไปมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจากภาวะเศรษฐกิจที่กระทบกำลังซื้อ

ด้าน สุวิทย์ จตุจินดา เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด สี่เล้ง ร้านค้าผ้าเก่าแก่ย่านสำเพ็ง กล่าวว่า ราคาที่ดินและอาคารพาณิชย์ หรือตึกแถวย่านสำเพ็งไปถึงย่านตลาดค้าส่งทรงวาดช่วงนี้ยังค่อนข้างทรงตัว ไม่คึกคัก หรือปรับราคาขึ้นสูงมากนัก และเป็นราคาตามความพอใจของผู้ขายและผู้ซื้อมากกว่า

แต่สิ่งที่น่ากังวลและกระทบต่อการค้าย่านนี้คือ กำลังซื้อจากพ่อค้าแม่ค้าที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้าในย่านนี้เริ่มลดลงไปมาก ซึ่งเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2557 ที่ผ่านมาจนถึงในปีนี้ รวมทั้งพบว่ามีร้านค้าของคนไทยเริ่มปิดกิจการ ส่วนหนึ่งจากการที่มีพ่อค้าจากประเทศจีนเข้ามาทำตลาดค้าส่งสินค้าโดยตรงที่ตลาดสำเพ็ง เช่น ร้านขายเครื่องประดับหินสีและกิฟต์ช็อป โดยจ้างลูกจ้างคนไทยให้เข้ามาขายของ ส่วนเจ้าของร้านจะบินไปกลับเพื่อต่อวีซ่าเดินทางเข้าประเทศทุก 3 เดือน ทำให้พ่อค้าแม่ค้าคนไทยค้าขายลำบากขึ้นจากราคาทุนของสินค้าจีนที่ต่ำกว่า

ลัดเลาะย่านการค้า 'ปรับรับวิถีเปลี่ยน'

 

ภาพของความเป็นตลาดค้าส่งสำเพ็งยังเริ่มจางหายไป จากการที่ผู้ผลิตที่มีโรงงานหลายรายเริ่มปรับตัว โดยจำหน่ายสินค้าจากราคาทุนที่หน้าโรงงานโดยตรง ไม่จำเป็นต้องผ่านพ่อค้าคนกลางเหมือนแต่ก่อน รวมไปถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เข้าถึงเทคโนโลยี ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือการค้าบนโลกออนไลน์ ทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเดินทางมาหน้าร้าน

เช่นเดียวกันย่านประตูน้ำที่ถือเป็นย่านธุรกิจค้าส่งที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ จากเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา เป็นการค้าขายในลักษณะแผงลอยและห้องแถวเป็นส่วนใหญ่ และภาพเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเกิดศูนย์ค้าส่งค้าปลีกในรูปแบบตึกใหญ่ที่รวบรวมผู้ค้าแผงลอยมาขึ้นห้างแทน

สมบูรณ์ วงศ์รัศมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป กล่าวว่า เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจก็ได้เริ่มมีการทยอยซื้อขายที่ดินย่านประตูน้ำ เช่นเดียวกับทีมผู้บริหารของบริษัทที่เช่าซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้าง เดอะ แพลทินัม แฟชั่นมอลล์ เพราะในช่วงนั้นมีเพียงตึกใบหยกที่ทำธุรกิจค้าส่งในรูปแบบศูนย์การค้าเพียงรายเดียว ทำให้ได้รับการตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเป็นอย่างดี เนื่องจากทำเลได้เปรียบและมีที่จอดรถมากถึง 1,000 คัน

ลัดเลาะย่านการค้า 'ปรับรับวิถีเปลี่ยน'

 

“ล่าสุดเรายังเปิดตัวการขายส่งออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่นแพลทินัม บัซ (Platinum Buzz) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาซื้อสินค้าที่เดอะ แพลทินัม แฟชั่นมอลล์ อีกด้วย ปัจจุบันมีร้านค้าที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นแล้ว 100 ร้านค้า” สมบูรณ์ กล่าว

ขณะที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติเป็นหลักซึ่งมีกำลังซื้อสูง รวมถึงกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่มาซื้อสินค้าในรูปแบบค้าส่งเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ และมีออร์เดอร์สินค้าเข้ามาต่อเนื่อง จึงทำให้โดยรวมแล้วมีอัตราผลตอบแทนเทียบกับการลงทุนถือว่าคุ้มค่า

อีกปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองย่านค้าส่งประตูน้ำ คือ การรวมตัวกันของผู้ประกอบการศูนย์ค้าส่งแฟชั่นก่อตั้งเป็นสมาคมผู้ประกอบการศูนย์ค้าส่งแฟชั่นย่านประตูน้ำ โดยปักธงผลักดันให้ย่านประตูน้ำเป็นแลนด์มาร์คของภูมิภาคอาเซียน ในด้านของธุรกิจค้าส่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมา

จากการลงพื้นที่สำรวจย่านการค้าประตูน้ำ แพลทินัม และบริเวณใกล้เคียง พบว่า บรรยากาศโดยรวมคึกคักพอสมควรจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ที่สำคัญคือ จุดที่ตั้งแผงค้าริมถนนนั้นไม่ต้องเสียค่าพื้นที่ จึงทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่ม หากแต่มีความเสี่ยงในการขอคืนพื้นที่ทางเดินจากสำนักงานเขตกรุงเทพ มหานคร ปัจจุบันการแข่งขันศูนย์การค้าส่งของไทยมีความท้าทาย โดยเฉพาะการแข่งขันจากจีนและเวียดนาม ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน