posttoday
ย่างก้าวโนเกีย ในมือไมโครซอฟท์

ย่างก้าวโนเกีย ในมือไมโครซอฟท์

20 กุมภาพันธ์ 2558

ในวันที่ไมโครซอฟท์สำนักงานใหญ่ ประกาศซื้อกิจการมือถือของโนเกียไปกว่า 7,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.4 แสนล้านบาท

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ในวันที่ไมโครซอฟท์สำนักงานใหญ่ ประกาศซื้อกิจการมือถือของโนเกียไปกว่า 7,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.4 แสนล้านบาท เพื่อนำไปปรับปรุงระบบทำงานร่วมกัน ลูกค้าในประเทศไทยต่างก็รอดูสถานการณ์ว่าระบบบริหารจัดการในไทยจะเป็นเช่นไร

จนกระทั่งในปี 2557 ที่ผ่านมา ญาณธน สิมะวานิชกุล ที่นั่งในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายเป็นเวลา 5 ปี ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการผู้จัดการ โนเกีย (ประเทศ ไทย) ต่ออีก 2 ปี พร้อมเผยใจ ในวันเปิดตัว ลูเมีย 535 เมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า “การทำงานทุกอย่างยังเป็นปกติ”

แต่มาถึงวันเปิดตัว ไมโครซอฟท์ ลูเมีย 435 และลูเมีย 532 กลับไม่พบญาณธนในตำแหน่งนี้แล้ว โดยอยู่ระหว่างการสรรหาผู้ที่เหมาะสม

จิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนนักพัฒนา ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตำแหน่งบริหารด้านดีไวซ์ ยังอยู่ในช่วงคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสม และอยู่ในช่วงตกแต่งห้องทำงานใหม่ เพื่อเตรียมย้ายจากที่ทำงานเดิม คือ บางกอกไทยทาวเวอร์ มาเป็นออลซีซั่นส์เพลส วิทยุ

“ในมุมของผมที่ต้องดูแล นักพัฒนา เชื่อว่าจะช่วยสร้างศักยภาพของคนทำงานให้ดีขึ้น เพราะเดิมเราเป็นเพียงตลาดให้นักพัฒนาของไมโครซอฟท์ทดลองขาย ซึ่งภาพรวมของแอพพลิเคชั่น บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ไม่ได้บูมมากเมื่อเทียบกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ แต่หลังจากนี้จะเป็นการเพิ่มเทคนิคในการสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ข้อมูลด้านการตลาดและผลวิจัยต่างๆ มากขึ้น” จิรพัฒน์ กล่าว

ด้าน สมาน ทาโคตร หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การทำงานร่วมกันจากเดิมที่ 2 องค์กรมาเป็นหนึ่ง ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องของฮาร์ดแวร์ แต่จะรวมด้านกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ไปพร้อมกัน

“บริษัทพยายามจะสื่อกับลูกค้าเดิมและรายใหม่ ให้เชื่อมั่นในความเป็นไมโครซอฟท์ดีไวซ์ว่า ลูกค้าที่ซื้อเครื่องไปใช้ไม่ใช่แค่ซื้อสมาร์ทโฟนราคาถูก แต่ยังได้รับฟีเจอร์ที่ครบครัน เหมือนซื้อสมาร์ทโฟนราคาแพงไปพร้อมกัน โดยเราจะสื่อความเป็นเซอร์วิสคอมพานีให้มากกว่าเดิม” สมาน กล่าว

ฟีเจอร์เด่นที่จะเห็นในไมโครซอฟท์ดีไวซ์ทุกรุ่นของปีนี้ คือ วินโดว์ส 10 ที่เตรียมเปิดตัวปลายปีนี้ ให้ลูกค้าได้ใช้งานทุกเครื่อง ทุกระดับราคา ซึ่งรุ่นเก่าก็สามารถอัพเกรดได้ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือใหม่ๆ สำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้นำไปใช้ในการทำงาน เพื่อสร้างสรรค์แอพใหม่ๆ และใช้งานได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

สมาน กล่าวอีกว่า ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนทุกแบรนด์ของปีนี้น่าจะไม่ต่ำกว่า 20-25 ล้านเครื่อง ส่วนฟีเจอร์โฟนน่าจะลดลงจาก 30% ของตลาดรวมมาเป็น 15-20% เท่านั้น เพราะการเร่งเปลี่ยนให้มาใช้งาน 3จีของโอเปอร์เรเตอร์ทุกค่าย ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าฟีเจอร์โฟนเดิม เข้าสู่ช่วงของการเปลี่ยนเครื่องใหม่ ซึ่งปีนี้ สมาร์ทโฟนระดับราคา 2,000-4,500 บาท น่าจะเป็นกลุ่มที่ตลาดโตที่สุด และจะมีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ในระดับราคาต่ำกว่า 1 หมื่นบาท ออกมาต่อเนื่องเพราะเป็นกลุ่มที่ไมโครซอฟท์ดีไวซ์แข็งแกร่งที่สุด

ถือเป็นการรับประกันได้ว่าโนเกียจะยังยืนหยัดในตลาดสมาร์ทโฟนเมืองไทยต่อไป แม้จะเปลี่ยนชื่อเป็น ไมโครซอฟท์ดีไวซ์ก็ตาม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน