posttoday
หวังปันผล CKP

หวังปันผล CKP

19 กุมภาพันธ์ 2558

สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ หรือ CKP เปิดเผยว่า บริษัทมีผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2557 บริษัทมีรายได้รวม 7,027 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนและมีกำไรสุทธิที่ 472 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 116% จากปีก่อน ดังนั้นจะจ่ายเงินปันผลจากกำไรงวดปี 2557 เป็นครั้งแรก

สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ หรือ CKP เปิดเผยว่า บริษัทมีผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2557 บริษัทมีรายได้รวม 7,027 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนและมีกำไรสุทธิที่ 472 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 116% จากปีก่อน ดังนั้นจะจ่ายเงินปันผลจากกำไรงวดปี 2557 เป็นครั้งแรก

ผลประกอบการเติบโตสูง เนื่องจากบริษัทรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำของโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น โครงการ 1 (BIC1) เต็มปี เทียบปี 2556 ที่รับรู้รายได้เพียงครึ่งปี และโรงไฟฟ้ามีผลการดำเนินงานที่ดี การเดินเครื่องมีประสิทธิภาพสามารถควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบริหารการเงินได้ดี ถึงแม้ในปีที่ผ่านมาโรงไฟฟ้าหลักอย่าง โรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 (NN2) ที่ สปป.ลาว จะผลิตไฟฟ้าได้น้อยกว่าแผนเล็กน้อย เนื่องจากฤดูฝนที่มาช้า แต่ด้วยเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของ NN2 ที่สามารถรับรู้รายได้จากบัญชีสำรองที่เคยผลิตไว้ได้เกินเป้าหมายจากปีก่อนหน้าได้ ทำให้รายได้ของ NN2 ในปีนี้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

บริษัทเริ่มรับรู้ผลตอบแทนปันผลจากธุรกิจที่เข้าลงทุน จึงจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 เม.ย. 2558 เพื่อขออนุมัติจ่ายปันผลจากผลประกอบการปี 2557 ให้ผู้ถือหุ้นได้เป็นครั้งแรกหุ้นละ 0.10 บาทด้วย

สำหรับการดำเนินงานในปี 2558 จะปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าและเดินหน้าลดต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนานั่นคือ โรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น โครงการ 2
(BIC2) ขนาดกำลังการผลิต 120 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินได้เริ่มก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์และเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2560 และจะสร้างรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท/ปี

นอกจากนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี กำลังการผลิต 1,285 เมกะวัตต์ ใน สปป.ลาว ซึ่งการก่อสร้าง ณ สิ้นปี 2557 แล้วเสร็จไปกว่า 40% โดยบริษัทคาดว่าจะเข้าซื้อหุ้น 30% ในโรงไฟฟ้าดังกล่าวจากบริษัท ช.การช่าง (CK) เพราะขั้นตอนการก่อสร้างในเฟส 1 เสร็จสมบูรณ์แล้ว และการก่อสร้างเฟส 2 มีความเสี่ยงทางวิศวกรรมในระดับที่บริหารจัดการได้ การเข้าซื้อหุ้นโครงการไซยะบุรีในเวลานี้จะทำให้สามารถซื้อได้ในราคาที่เหมาะสม มีผลตอบแทนในระดับที่ดีตามนโยบายการลงทุนของบริษัท นอกจากนั้นยังส่งผลให้กำลังการผลิต CKP เพิ่มจาก 755 เมกะวัตต์ เป็น 2,160 เมกะวัตต์ ซึ่งนับเป็นการเติบโตเกือบ 3 เท่า

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่าผลงานของ CKP ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 430 ล้านบาท และคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2558 จะลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2557 หลังรายได้จากการนำเอา Energy Account ที่ผลิตเกินในปีที่ผ่านๆ มาในช่วงน้ำมากมาชดเชยในปีที่น้ำแล้ง ถูกใช้ไปในไตรมาส 4 ปี 2557 ส่วนที่เหลืออีก 94.1 GWhr คาดจะถูกเก็บไว้ใช้ในช่วงปลายปีที่น้ำแล้ง อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะทรงตัว เนื่องจากโรงไฟฟ้าBIC1 มีลูกค้าเพิ่ม 2 รายในช่วงปลายปี ช่วยชดเชยรายได้พิเศษที่รับรู้ในไตรมาสแรกปี 2557 ดังนั้นยังคงแนะนำเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 20 บาท (รวมโครงการ XPCL ไว้แล้ว)

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค