
กฎหมายใหม่ห้ามฎีกา
โดย...รุจิระ บุนนาค
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแก้ไขกฎหมายวิธีพิจารณาความทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ตามที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้เสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย กำหนดให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในคดีแพ่งและคดีอาญาที่เกี่ยวกับคดียาเสพติดให้เป็นที่สุด และคู่ความอาจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้พิจารณาอนุญาตให้ฎีกาภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ โดยให้ยื่นคำร้องไปพร้อมกับฎีกา และให้องค์คณะผู้พิพากษาที่เป็นคณะกรรมการกลั่นกรอง 4 คน ประกอบด้วย รองประธานศาลฎีกา และผู้พิพากษาในศาลฎีกา 3 คน เป็นผู้พิจารณาและวินิจฉัยคำร้องดังกล่าว
ทั้งนี้ ศาลฎีกาอาจอนุญาตให้ฎีกาได้เมื่อเห็นว่า ปัญหาตามฎีกานั้นเป็นปัญหาซึ่งเกี่ยวพันกับประโยชน์สาธารณะ เมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินขัดกับบรรทัดฐานของศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ตัดสินขัดกับศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ตัดสินแตกต่างไปจากแนวคำพิพากษา หรือไม่เคยมีแนวคำพิพากษามาก่อน
สภาทนายความได้ออกมาคัดค้านต่อร่างกฎหมายดังกล่าว เพราะหากร่างผ่านบังคับใช้เป็นกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นัดสิทธิของประชาชนในการฎีกาและขัดต่อหลักการสากล
การฎีกาคดีอาญาที่เกี่ยวกับยาเสพติดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีหลักสำคัญ คือ (1) โต้แย้งว่าไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อย่างไร (2) ต้องเป็นสาระแก่คดี หมายถึง การฎีกาต้องทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าศาลเห็นตามคำฎีกา (3) เป็นข้อที่ยกว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบ เช่น เคยยื่นคำให้การต่อสู้คดีไว้ โดยต้องฎีกาคัดค้านคําพิพากษาศาลอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
สถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ.ยาเสพติดทั่วประเทศ สำรวจ ณ วันที่ 1 ก.พ. 2558 มีผู้ต้องราชทัณฑ์ทั้งสิ้น 199,225 คน
ผู้ต้องราชทัณฑ์คดียาเสพติดบางรายอาจถูกหลอกให้ขนยาเสพติดโดยไม่รู้ตัว หรือบางรายถูกจับเพราะเป็น “แพะ” เช่น ข่าวของนายชูชาติ สิทธิพลเทพ อายุ 41 ปี ที่ตกเป็นแพะคดีค้ายาเสพติดทั้งที่ไม่ใช่ผู้ที่กระทำความผิด ต้องอยู่ในเรือนจำเป็นเวลาถึง 9 เดือน ผู้กระทำผิดที่แท้จริงคือพี่ชายที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกัน ซึ่งกว่าจะพิสูจน์ตนเองในชั้นศาลได้ ก็ได้รับความลำบากทั้งร่างกายและจิตใจอย่างมาก
หรือคลิปที่ใช้ชื่อว่า “คลิปตำรวจจับยาบ้า ที่แท้ยัดยาหรือไม่?” ที่เผยแพร่เมื่อกลางปี 2556 ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง อีกทั้งการประกันตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติด ยังเป็นคดีที่ใช้วงเงินประกันสูงกว่าคดีอื่น โอกาสที่ผู้ต้องหาจะออกมาต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ไม่ใช่เรื่องง่าย
ในคดียาเสพติด หากจำเลยที่บริสุทธิ์ไม่มีส่วนรู้เห็นกับยาเสพติด หมดโอกาสที่จะฎีกาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองก็เท่ากับไม่ได้รับความยุติธรรม
นอกจากนี้ ในคดีอาญาทั่วไป จำเลยจะได้รับพระราชทานอภัยโทษในสัดส่วนที่สูง เช่น นักโทษชั้นเยี่ยมได้ลดโทษ 1 ใน 2 แต่สำหรับคดียาเสพติดจะมีโอกาสน้อยที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษ หากเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม จะได้รับอภัยโทษ 1 ใน 4 หรือ 1 ใน 5 เท่านั้น
การตัดสิทธิของประชาชนดังกล่าวทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ถือได้ว่าทำให้ประชาชนขาดประโยชน์ที่ควรจะได้รับ นอกจากนี้จะมั่นใจได้อย่างไรว่า ขั้นตอนตั้งแต่ชั้นตำรวจได้ทำสำนวนคดีอย่างถูกต้อง







