
ไอฟ็อกซ์ แอร์การ์ดพันธุ์ไทย โตรับกระแส 3จี
8...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็หันมาใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายกัน เพราะความสะดวกสบาย ง่ายและรวดเร็วทันใจ อาจจะมีปัญหาบ้างให้หงุดหงิดใจแต่ต้องยอมรับว่าบริการได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นลำดับอย่างต่อเนื่อง ยิ่งหลังจากที่บริษัท ทีโอที ประกาศเปิดบริการ 3จี ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล กระแสความต้องการใช้งานก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอีก และธุรกิจที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ ธุรกิจขายแอร์การ์ด หรือดองเกิ้ล ซึ่งกลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือนักท่องโลกไซเบอร์ต้องมีพกติดตัวไว้
ด้วยราคาที่ลดลงมา รวมถึงการใช้งานเว็บเครือข่ายสังคม โซเชียล เน็ตเวิร์ก เป็นที่นิยมอย่างมากมีผู้ใช้งานรวมทุกประเภทกว่า 3 ล้านราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนหันมาใช้งานแอร์การ์ดมากขึ้นเช่นกัน
อมรศักดิ์ แดงแสงทอง รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท ดีพลัส เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายแอร์การ์ด 3จี แบรนด์ ไอฟ็อกซ์ ซึ่งเป็นแบรนด์คนไทยแท้ๆ เปิดเผยว่า ปริมาณคนใช้โมบายอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา มีคนใช้ราว 5 แสนราย จนถึงกลางปี 2553 มีคนใช้กว่า 8 แสนรายแล้ว คาดว่าถึงปลายปีนี้คนใช้โมบายอินเทอร์เน็ตเกิน 1 ล้านคน แน่นอน ทำให้ยอดขายแอร์การ์ด ในตลาดรวมเติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นเดียวกัน
จากการสำรวจพบว่า ในปี 2552 มีแอร์การ์ดขายในตลาดกว่า 8 หมื่นเครื่อง ไม่รวมเครื่องหิ้วจากประเทศจีน แต่มาปี 2553 เพียงแค่ไตรมาสแรก พบว่ามียอดขาย 8 หมื่นเครื่อง เท่ากับปี 2553 ทั้งปีแล้ว แสดงให้เห็นว่ากระแส 3จี และเว็บเครือข่ายสังคม ช่วยกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี
“
ก่อนหน้านี้ยอดขายส่วนใหญ่6070% อยู่ในต่างจังหวัด เพราะมีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตแต่โครงข่ายสายเข้าไปไม่ถึง แต่หลังจากทีโอทีให้บริการ 3จี ตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็เติบโตขึ้นมาจนสัดส่วนปัจจุบันใกล้เคียงกันแล้ว”ในปีที่ผ่านมา ไอฟ็อกซ์มียอดขายกว่า 1 หมื่นเครื่องแต่เพียงครึ่งปีแรกนี้ ยอดขายมีกว่า 4 หมื่นเครื่องแล้ว และตั้งเป้าว่าจะทำให้ได้ 1 แสนเครื่องในปีนี้ แม้ว่ายอดขายจะยังห่างจากจำนวนที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 รายหลักคือ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ซึ่งจำหน่ายเครื่องแอร์การ์ดจากผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกอย่าง หัวเว่ย และแซดทีอี แต่ก็แสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์ไอทีแบรนด์ไทยก็สามารถยืนอยู่ในตลาดได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจุดเด่นสำคัญมาจากความร่วมมือระหว่าง ไอฟ็อกซ์กับทีโอที ทำให้ได้เป็น 1 ในผู้ผลิตแอร์การ์ด 3จี ในขณะที่ผู้ให้บริการรายโทรศัพท์มือถือยังเป็นเพียง จีพีอาร์เอสและเอดจ์เท่านั้น
แม้จะมีข้อจำกัดที่ 3จี มีโครงข่ายจำกัดเพียงแค่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ด้วยความเป็นแอร์การ์ดของคนไทย ทำให้สามารถเลือกเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับการใช้งานมากที่สุด คือ เป็นแอร์การ์ดที่สามารถรองรับ 3จี ของทีโอทีบนคลื่นความถี่ 850 หรือ 900 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ครอบคลุมทุกคลื่นที่มีการให้บริการกันอยู่ และยังเปิดกว้างรับคลื่น 2จี จากทุกค่ายได้ทั้งหมดไม่ได้ผูกติดกับค่ายใดค่ายหนึ่ง
“
เรารู้จุดอ่อนตรงนี้ ดังนั้นแอร์การ์ดของเรามีซิม 3จี และยังแถมซิมของผู้ให้บริการรายอื่นๆ ด้วย หากอยู่ในอาณาเขต 3จี ก็สามารถใช้งานได้เร็วเต็มประสิทธิภาพ ทั้ง 3.6 เมกะบิตต่อวินาที หรือ 7.2 เมกะบิตต่อวินาที ขึ้นอยู่กับรุ่นของแอร์การ์ดที่เลือกซื้อ แต่ถ้าต้องออกนอกบริเวณก็สามารถเปลี่ยนมาใช้ซิม 2จี ได้เช่นกัน”นอกจากนี้ การที่ไอฟ็อกซ์เน้นที่บริการดาตาเพียงอย่างเดียว ทำให้มีบริการหลังการขายดูแลลูกค้า หากอุปกรณ์เสียหายสามารถส่งซ่อมได้ที่ร้านค้าทั่วประเทศ และสามารถรับเครื่องสำรองไปใช้งานทดแทนได้ด้วย
อีกจุดแข็งคือ ช่องทางจำหน่ายดีพลัสวางจำหน่ายไอฟ็อกซ์ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊ก 350 สาขาทั่วประเทศ ร้านตัวแทนจำหน่ายไอทีทั่วไป พาวเวอร์บายและพาวเวอร์มอลล์ทุกสาขา รวมถึงโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ง่าย ขณะที่ผู้ให้บริการมือถืออาจมีจำหน่ายเฉพาะที่ร้านตัวแทนจำหน่ายของตัวเองเท่านั้น
ส่วนแผนการทำตลาดในครึ่งปีหลังนี้ ไอฟ็อกซ์ เตรียมเปิดตัวเราเตอร์ 3จี ปลายเดือน ก.ค.นี้ เพราะเล็งเห็นข้อจำกัดว่า แอร์การ์ดหรือดองเกิลใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ครั้งละ 1 เครื่องเท่านั้น แต่ถ้ามีเราเตอร์ที่ใส่ซิมการ์ดแล้วกระจายสัญญาณเหมือนไวไฟ ก็จะทำให้สามารถเชื่อมต่อ 3จี พร้อมกันได้หลายเครื่อง เป็นการทำลายข้อจำกัด และอุปกรณ์นี้ยังไม่มีผู้ผลิตหรือตัวแทนรายใดนำเข้ามาทำตลาดมาก่อน รวมถึงในงานคอมมาร์ต เอ็กซ์เจน ที่จะจัด 2427 มิ.ย.นี้ ไอฟ็อกซ์ก็จัดโปรโมชัน ซื้อแอร์การ์ด 3จี 1 เครื่องแถมแอร์การ์ด 2จี 1 เครื่อง เพื่อกระตุ้นการใช้งานด้วย
อมรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า แม้ตลาดอินเทอร์เน็ตไร้สายจะมาแรงมาก แต่ปัจจัยเสริมสำคัญคือ ทีโอทีต้องขยายเครือข่ายการให้บริการให้มากขึ้น และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ต้องเปิดประมูลคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์สำหรับผู้ให้บริการ 3จี รายใหม่ เพราะเป็นการกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี และสำคัญที่สุดคือเป็นขยายขนาดตลาดไปทั่วประเทศ เท่ากับว่ามีโอกาสโตแบบก้าวกระโดดอีกครั้งเหมือนต้นปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าปัจจุบันตลาดทั้งประเทศก็พร้อมใช้งานแอร์การ์ดแล้ว







