posttoday
เป้าหมายของกำไร (2) สองด้านแห่งกำไร

เป้าหมายของกำไร (2) สองด้านแห่งกำไร

17 มิถุนายน 2553

....The NETWORK (ประเทศไทย)

จากบทความที่แล้ว ได้นำเสนอคำถาม “เป้าหมายของกำไร?” ไปแล้ว แม้ดูเสมือนเป็นคำถามเชิงส่วนตัว จนอาจหาคำตอบร่วมได้ไม่ง่ายนัก แต่กลับเป็นคำตอบที่จำเป็น ควรค่าต่อการค้นหาคำตอบ โดยเฉพาะภายในองค์กรธุรกิจ ทั้งในระดับผู้บริหารและมวลหมู่สมาชิก หากสามารถค้นพบคำตอบนั้นร่วมกันได้ ก็อาจส่งผลให้หลายปัญหาที่มีอยู่ได้รับการแก้ไขได้โดยไม่ยากนัก โดยเฉพาะปัญหาสำคัญๆ เช่น การสื่อสารภายในองค์กร ที่สำคัญลูกค้าของสินค้าและบริการย่อมอยากทราบถึง “ความปรารถนาที่แท้จริง” (Passion) ของผู้ผลิตสินค้านั้นๆ ลองพิจารณาถึงสองตัวอย่างจากโลกแห่งจินตนาการและโลกแห่งความเป็นจริงนี้

ในภาพยนตร์เรื่อง Ikiru (การมีชีวิต) ของนักสร้างภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่“คูโรซาว่า” อันเป็นเรื่องการหาคำตอบของ“ความหมายและคุณค่าของการดำรงชีวิต” ของชายใกล้เกษียณที่กำลังจากโลกนี้ไป จากแรงบันดาลใจของหญิงสาวเพื่อนร่วมงาน ที่ลาออกจากงานข้าราชการที่มั่นคงสู่การเป็นเพียงคนงานในโรงงานทำตุ๊กตา โดยเล่าถึงสิ่งที่เธอทำให้ฟังว่า “ในทุกวัน (การทำงาน) เธอกำลังทำผลิตภัณฑ์ที่จะเป็นเพื่อนเล่นของเด็กญี่ปุ่นทั่วทั้งประเทศ” ลองจินตนาการต่อไปว่า หากบรรดาพนักงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละขั้นตอน ที่นอกจากจะมุ่งมั่นทำหน้าที่ที่อยู่ข้างหน้าเท่านั้น ยังมองเห็นภาพของผลงานรวมทั้งหมดแจ่มชัดเช่นเดียวกับเธอ ความรู้สึกของคนทำและผลงานที่ออกมาจะเป็นเช่นไร หลายคนคงอาจคิดว่า โธ่! นี่เป็นเพียงหนัง เป็นจินตนาการ หรือความเพ้อฝัน มันคงเกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธถึงพลังของความรู้สึกที่ดีๆ เหล่านั้น ลองพิจารณาตัวอย่างจากโลกความจริงต่อไป

หลายปีมานี้ ธุรกิจกาแฟได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกและคนไทย คงไม่มีใครปฏิเสธว่าผู้ที่จุดประกายความสนใจในกระแสโลกาภิวัตน์ก็คือ “Starbucks” และหลายคนก็คงไม่ทราบถึงเบื้องหลังแรงบันดาลใจของผู้บริหารที่นำเสนอธุรกิจสู่ระดับสากลนั้น ก็คือผู้ก่อตั้งดั้งเดิมทั้งสามคนที่มีความปรารถนาอย่างยิ่งยวดในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความหอม และพลังแห่งความอบอุ่นและสดชื่นให้กับผู้รับผลิตภัณฑ์ เขาเหล่านั้นมิได้ประสบความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์เท่านั้น ยังรวมไปถึงการสร้างพื้นที่ทางสังคมให้กับลูกค้าและบุคคลต่างๆ ในระดับท้องถิ่น และเมื่อนักธุรกิจที่มากประสบการณ์เช่น Schultz ได้พบและร่วมงานเพื่อนำเสนอธุรกิจนี้ในโลกาภิวัตน์ที่ไม่เป็นเพียงการสร้างกำไรจากกาแฟเท่านั้น แต่กลับเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สร้างความรู้สึกดังกล่าวภายในพื้นที่ของร้าน และทุกครั้งที่ได้รับผลิตภัณฑ์นั้น ความสำเร็จของธุรกิจนี้จึงไม่เป็นเพียงแค่ความสำเร็จในการสร้างแบรนด์สินค้าเท่านั้น แต่กลับเป็นความสำเร็จในการส่งมอบความปรารถนาที่แท้จริงของผู้ก่อตั้งไปถึงลูกค้าทั่วโลกได้อย่างชัดเจน

สองตัวอย่างข้างต้น เป็นเพียงบางส่วนของ “พลัง” หรือประโยชน์จากการได้มาซึ่งคำตอบนี้ หากพิจารณาเรื่องราวนี้ต่อไปอีกกลับพบว่า “ความปรารถนาที่แท้จริงต่อคุณค่าผลิตภัณฑ์” ที่นักธุรกิจต้องการนำเสนอนั้นกลับเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตควรชัดเจนก่อนเริ่มสร้างกำไรเสียด้วยซ้ำ และเป็นสิ่งที่นักธุรกิจเรียกกันว่า “วิสัยทัศน์” อันเป็นการเห็นภาพธุรกิจโดยรวมทั้งในระยะใกล้และไกล ดังนั้นวิสัยทัศน์ของแต่ละองค์กรหรือแต่ละผลิตภัณฑ์ จึงควรแสดงคำตอบต่อ เป้าหมายของธุรกิจ และเป้าหมายของกำไรไปพร้อมกัน สิ่งที่น่าสนใจต่อไป คือ กระบวนการทำคำตอบนั้นให้เกิดขึ้นจริงนั้น ไม่แบ่งแยกออกเป็น 2 คำตอบ แต่กลับมีความเชื่อมโยงเป็นเสมือน 2 ด้านของเหรียญที่อยู่คู่กันอย่างแนบแน่นแบ่งแยกไม่ได้ เป็น 2 ด้านแห่งเหรียญกำไร เพราะหากไม่มีด้านกำไรเกิดขึ้น ด้านเป้าหมายของกำไรอันเกิดจากการบรรลุถึงความปรารถนาที่ส่งมอบคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า รวมถึงความสุขของเจ้าของกิจการ มวลหมู่ และสมาชิกในสังคมอันเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์โดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น

2 ด้านแห่งเหรียญกำไรอันแยกขาดจากกันไม่ได้นี้เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องตระหนักถึง เพราะในโลกปัจจุบันที่เน้นคุณค่าทางด้านวัตถุและมุ่งเน้นส่วนตนหรือความเป็นปัจเจกมากกว่าสังคมโดยรวม ทำให้เรามักหลงลืมหลายสิ่งหลายอย่างไปโดยง่าย และคิดว่าหากเราหลงลืมทำสิ่งนั้นหายไป จะสามารถแสวงหาสิ่งนั้นได้ภายหลัง แต่กลับมิเป็นเช่นนั้น เพราะสถานการณ์ สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขต่างๆ ย่อมเปลี่ยนไป ยกตัวอย่าง ความสุขในที่ทำงานเป็นต้น หลายคนก็มักคิดว่าไม่เป็นไร ได้รับเงินเดือนมาก็ต้องทน แล้วค่อยไปหาความสุขในตอนหลังเลิกงาน ซึ่งกลับเป็นความสุขคนละแบบ ที่สำคัญคงยากที่จะทดแทนกันได้

ดังนั้น กระบวนตอบคำถาม เป้าหมายแห่งกำไร จึงไม่แยกขาดจากการตอบคำถามถึงเป้าหมายของธุรกิจ และแน่นอนว่าความชัดเจนถึงกลุ่มคนในสังคมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในเป้าหมายดังกล่าว ตลอดจนขอบเขตของกลุ่มคนในสังคม ย่อมมิเป็นเพียงการสร้างความชัดเจนต่อเป้าหมายนี้ แต่ยังแสดงถึงคุณค่าและความหมายของธุรกิจที่ไม่เป็นเพียงเครื่องจักรในการสร้างกำไรให้กับเจ้าของกิจการรวมทั้งรายได้ให้กับพนักงาน แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและโลกใบนี้ไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน โดยในเดือนหน้าโปรดติดตามกระบวนการหาคำตอบนี้ ซึ่งไม่เป็นเพียงการระดมความคิดจากมวลหมู่สมาชิกในองค์กรเพื่อค้นหาคำตอบของวิสัยทัศน์ของธุรกิจ ตลอดจนการเขียนแผนธุรกิจ ดังที่ปฏิบัติกันอยู่ในธุรกิจทั่วไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน