
รถอีโคคาร์เครื่องดีเซลมาแน่
สศอ.ประเมินอีโคคาร์ดันยอดผลิตรถปีนี้ขยายตัว จับตาค่ายใหญ่ผลิตรถเครื่องดีเซล เหตุประหยัดกว่าอื้อซ่า
สศอ.ประเมินอีโคคาร์ดันยอดผลิตรถปีนี้ขยายตัว จับตาค่ายใหญ่ผลิตรถเครื่องดีเซล เหตุประหยัดกว่าอื้อซ่า
นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา 1 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในปี 2558 รถยนต์อีโคคาร์จะเข้ามามีบทบาทต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล เพราะใช้น้ำมันเฉลี่ยเพียง 3.8 ลิตร/100 กิโลเมตร ในขณะที่เครื่องยนต์เบนซินใช้น้ำมันเฉลี่ยที่ 4.3 ลิตร/100 กิโลเมตร ซึ่งโดยรวมจะส่งผลให้ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศและยอดส่งออกของอีโคคาร์จะเติบโตกว่าปีที่แล้ว
ทั้งนี้ สศอ.ประเมินภาพรวมการผลิตรถยนต์ในปีนี้จะขยายตัวถึง 2.1 ล้านคัน ต่ำกว่าที่ภาคเอกชนประเมินไว้ว่าจะผลิตได้รวม 2.2 ล้านคัน อย่างไรก็ตามจะต้องติดตามเป้าการผลิตของภาคเอกชนอีกครั้ง
“เท่าที่ประเมินตอนนี้ดูเหมือนว่าภาคเอกชนสนใจผลิตอีโคคาร์เครื่องยนต์ดีเซล แม้ราคาจะอยู่ที่ 6.75-7.9 แสนบาท ซึ่งแพงกว่าเครื่องยนต์เบนซินที่มีราคา 4-5 แสนบาทก็ตาม แต่อัตราการประหยัดพลังงานงานมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามเรื่องราคาพลังงานประกอบด้วย แต่คาดว่ารถดีเซลน่าจะมาแรง” นายณัฐพล กล่าว
ด้าน นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า ในวันที่ 24 ก.พ.นี้ ส.อ.ท. จะประกาศเป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปีนี้ โดยเบื้องต้นเป้าหมายการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกชัดเจนแล้วว่า มีปริมาณ 1.2 ล้านคัน จากปี 2557 ที่มี 1.12 ล้านคัน ส่วนยอดผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศ ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากบริษัทต่างๆ คาดว่าอยู่ระหว่าง 9-9.5 แสนคัน จากปี 2557 อยู่ที่ 757,853 คัน หากได้ข้อมูลจากทุกบริษัทจะสามารถตั้งเป้าหมายในส่วนของจำหน่ายในประเทศและใน
ภาพรวมได้
“ปลายปีที่ผ่านมา ส.อ.ท.ตั้งเป้าหมายการผลิตรถยนต์ไว้ที่ 2.2 ล้านคัน แบ่งเป็นส่งออก 1.2 ล้านคัน ในประเทศ 1 ล้านคัน แต่ตอนนี้ต้องมาดูตัวเลขของในประเทศใหม่ว่าจะมีเป้าหมายเท่าไร จึงจะประเมินในภาพรวมได้ โดยจะติดตามปัจจัยสำคัญ เช่น การลงทุนของภาครัฐเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ การเพิ่มรายได้เกษตรกร ส่วนภาคการส่งออกยังต้องติดตามปัจจัยจากค่าเงินบาท ค่าเงินเยน ค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซีย รวมทั้งสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดยเชื่อว่าสัดส่วนการส่งออกจะยังเป็นตลาดตะวันออกกลาง 25% เอเชีย 24% ออสเตรเลีย 20-21% อเมริกากลาง-ใต้ 12% แอฟริกา 4% อเมริกาเหนือ 3.5%” นายสุรพงษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ เฟส 2 จะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน หรือดีเซลมากกว่ากันนั้น ต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันเป็นหลัก หากราคาน้ำมันดีเซลยังต่ำต่อเนื่อง อาจได้เห็นการผลิตรถยนต์อีโคคาร์เครื่องยนต์ดีเซลเพิ่มขึ้นก็ได้ แต่ราคารถก็จะมีราคาสูงกว่าเครื่องเบนซิน







