posttoday
สิ่งทอไทยยังแกร่งที่สุดในอาเซียน

สิ่งทอไทยยังแกร่งที่สุดในอาเซียน

13 กุมภาพันธ์ 2558

ก.อุตฯระบุสิ่งทอไทยยังเข้มแข็งที่สุดในอาเซียน ด้านผู้ประกอบการกังวลส่งออกอาจติดลบถึง 5%

ก.อุตฯระบุสิ่งทอไทยยังเข้มแข็งที่สุดในอาเซียน ด้านผู้ประกอบการกังวลส่งออกอาจติดลบถึง 5%

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเปิดการประชุม Global Textile Congress ว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยยังมีความแข็งแกร่ง แต่ยังต้องพึ่งพานักลงทุนจากต่างประเทศ เช่น อินเดีย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่และมีนวัตกรรมที่ทันสมัยในการให้องค์ความรู้ที่หลากหลายแก่ผู้ประกอบการไทย นอกจากนี้ปัจจุบันไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกที่สำคัญ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกสินค้าไปยังเวียดนาม รวมถึงทุกประเทศที่มีสินค้าของญี่ปุ่นจำหน่ายอยู่

“ต่างประเทศเขามีความสนใจที่ใช้ไทยเป็นฐานอยู่ โดยเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพสูง ส่วนเรื่องความพร้อมด้านต่างๆ ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เรื่องเครื่องจักรต่างๆ ก็จะทำให้ไทยยังเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียนอยู่ ดังนั้นการเปิดเออีซีปลายปีนี้มองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมสิ่งทอ”

ด้าน นายสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์ รองประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอในปี 2558 มีแนวโน้มเติบโตคงที่ประมาณ 250,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2556 และ 2557 ที่มีอัตราการเติบโตคงที่อย่างต่อเนื่อง ส่วนการเติบโตในลักษณะคงที่ ในปี 2558 นี้จะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยเอื้อหลายประการกว่าที่ผ่านมา เช่น มาตรการสนับสนุนต่างๆ ของภาครัฐ ในการผลักดันให้เกิดองค์ความรู้และการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่หลากหลายขึ้น การเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมของนักลงทุนอินเดีย ซึ่งเดิมมีฐานการผลิตอยู่ในไทยอยู่แล้ว เป็นต้น

อย่างไรก็ตามหากการดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผนที่ผู้ประกอบการคาดไว้อาจส่งผลให้อุตสาหกรรมสิ่งทอติดลบถึง 5%

“อินเดียและญี่ปุ่น เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในประเทศเราเยอะ เพราะไทยยังคงเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่จะสามารถต่อยอดขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ ได้อีก เนื่องจากไทยมีอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จึงนับได้ว่ามีวัตถุดิบครบถ้วนในกระบวนการผลิต แต่ทั้งนี้ทุกอย่างต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ ไม่มีอะไรมากระทบ ทั้งนี้หากมีปัจจัยใดมากระทบอาจทำให้ปีนี้ติดลบได้”

อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ จีเอสพี จากสหภาพยุโรป ส่งผลให้สิ่งทอไทยต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 2-5% ขณะที่ประเทศคู่แข่งสำคัญของไทยอินเดีย เวียดนาม และปากีสถานยังคงไม่ถูกตัดสิทธิดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงภาวะการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวด้วยการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติม เพื่อทดแทนแรงงานคน.

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน