
ดัน 3 ทำเลทองค้าปลีก สู่ฮับช็อปปิ้งแห่งอาเซียน
เหลืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้าประเทศไทยจะก้าวสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งทำให้ประตูแห่งโอกาสและการแข่งขันเปิดกว้างขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกเร่งรวมตัวกัน เพื่อชิงการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคและเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องแวะเวียนเข้ามาช็อปปิ้ง
เหลืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้าประเทศไทยจะก้าวสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งทำให้ประตูแห่งโอกาสและการแข่งขันเปิดกว้างขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกเร่งรวมตัวกัน เพื่อชิงการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคและเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องแวะเวียนเข้ามาช็อปปิ้ง
ธุรกิจค้าส่งย่านประตูน้ำก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มผู้ประกอบการที่เล็งเห็นโอกาสดังกล่าว จึงได้ร่วมกันก่อตั้งสมาคมผู้ประกอบการศูนย์ค้าส่งย่านประตูน้ำ เพื่อผลักดันธุรกิจย่านค้าส่งของย่านประตูน้ำให้เป็นอีกหนึ่งเดสติเนชั่นด้านการช็อปปิ้งที่ต่างชาติต้องมา
ศิริชัย ประพันธ์ธุรกิจ นายกสมาคมผู้ประกอบการศูนย์ค้าส่งแฟชั่นย่านประตูน้ำ กล่าวว่า ประตูน้ำถือเป็นย่านธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จากศักยภาพที่มีดังกล่าวผู้ประกอบการในย่านนี้จึงมีแนวคิดที่จะรวมตัวกัน เพื่อให้ย่านค้าส่งของประตูน้ำเป็นแลนด์มาร์คของภูมิภาคอาเซียน และได้ก่อตั้งสมาคมผู้ประกอบการศูนย์ค้าส่งแฟชั่นย่านประตูน้ำขึ้นเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา
สำหรับศูนย์ค้าส่งที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในขณะนี้มี 7 ราย ประกอบด้วย เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์, กรุงทองพลาซ่า, ชิบูญ่า ประตูน้ำ, แกรนด์ไดมอนด์ พลาซ่า, อินทราสแควร์, พาลาเดียม เวิลด์ ช้อปปิ้ง และวอเตอร์เกต พาวิลเลียน
ทั้งนี้ ได้กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ 4 ข้อ คือ 1.ทำให้ย่านประตูน้ำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและช็อปปิ้งที่นักท่องเที่ยวทุกประเทศต้องมา เพื่อให้เป็น “อาเซียน โฮลเซล แฟชั่นฮับ” 2.การเข้าไปช่วยเหลือและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี 3.เป็นตัวกลางในการทำบิซิเนสแมตชิ่ง และ 4.พัฒนาย่านประตูน้ำให้เป็นแหล่งของผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้พัฒนาฝีมือ และศูนย์แสดงสินค้า
ขณะเดียวกัน สมาคมจะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในด้านของการพัฒนาสินค้า เพื่อให้สินค้าที่ผลิตออกมามีคุณภาพและตรงความต้องการของลูกค้า ด้วยการเข้าไปสนับสนุนในเรื่องของการออกแบบ การแนะนำเทรนด์แฟชั่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ และวิธีการพัฒนาสินค้า
“หากดำเนินการได้ตามแผนงานที่วางไว้ สมาคมผู้ประกอบการศูนย์ค้าส่งแฟชั่นย่านประตูน้ำ มั่นใจว่าจะขึ้นเป็นฮับด้านการค้าส่งของอาเซียนได้ก่อนเวียดนามและอินโดนีเซีย ที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้”ศิริชัย กล่าว
ก่อนหน้าที่สมาคมผู้ประกอบการศูนย์ค้าส่งแฟชั่นย่านประตูน้ำ จะออกมาประกาศตัวเป็น “อาเซียน โฮลเซล แฟชั่นฮับ” ในส่วนของสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) ซึ่งประกอบด้วยพันธมิตร 5 กลุ่ม คือ กลุ่มเกษร พร็อพเพอร์ตี้, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา, ไมเนอร์ กรุ๊ป, ดิ เอราวัณ กรุ๊ป, เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ก็ออกมาประกาศปั้นย่านราชประสงค์เป็น “ราชประสงค์ บางกอก ดาวน์ทาวน์” เช่นกัน
การออกมาจับมือร่วมกันดังกล่าวพันธมิตรต่างออกมาลงขันร่วมกันกว่า 6 หมื่นล้านบาท แบ่งหน้าที่กันพัฒนาออกมา 4 ทิศ ประกอบด้วย ทิศตะวันตกเป็นของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น ออกมาประกาศแผนปรับใหญ่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ห้างเซน ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ทิศใต้จะเป็นการลงทุนของไมเนอร์ กรุ๊ป ปรับปรุงและรีแบรนด์โรงแรม
โฟร์ซีซั่นส์เป็นโรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ
ขณะที่ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จะดำเนินการปรับปรุงโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ส่วนทิศตะวันออกเป็นของกลุ่มเกษร พร็อพเพอร์ตี้ เตรียมก่อสร้างโครงการเกษร 2 ติดกับศูนย์การค้าเกษร 1 ทิศเหนือเป็นของ เดอะ แพลทินัม เตรียมก่อสร้างโครงการเดอะ มาร์เก็ต บาย แพลทินัม
หลังจากออกมาปรับย่านครั้งใหญ่สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ คาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในย่านที่กว่า 200 ล้านคน จากปัจจุบัน 146 ล้านคนอย่างแน่นอน
ปิดท้ายกันที่ย่านสุขุมวิท ปีที่ผ่านมาบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ออกมาประกาศสร้างย่านสุขุมวิท เป็นย่านการค้า ศูนย์กลางธุรกิจ และแหล่งท่องเที่ยวภายใต้ชื่อ “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ประกอบด้วย ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และดิ เอ็มสเฟียร์ ด้วยงบลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ปรับปรุงศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียมใกล้สมบูรณ์ 100% เต็มแล้ว
ในส่วนของศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ก็ใกล้แล้วเสร็จ เพื่อเปิดให้บริการในต้นไตรมาส 2 ของปีนี้ หลังจากนั้นปี 2559 ก็จะเริ่มก่อสร้างโครงการ ดิ เอ็มสเฟียร์ ซึ่งความสมบูรณ์แบบจะเริ่มเกิดขึ้นหลังจากปี 2560
เดสติเนชั่นที่ผู้ประกอบการค้าปลีกพยายามปลุกปั้นอยู่ในขณะนี้ น่าจะพอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มองเห็น และกล่าวถึงประเทศไทยในฐานะเมืองแห่งการช็อปปิ้งอีกแห่งหนึ่งของโลก







