
ดาต้าเกิดใหม่ท่วมโลก 'ซีเกท' ลุยขยายในไทยรับ
จำนวนข้อมูลที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 44 เซตทาไบต์ หรือมากกว่า 4,000 ล้านเท่า ในอีก 5 ปี หรือ ค.ศ. 2020
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
จำนวนข้อมูลที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 44 เซตทาไบต์ หรือมากกว่า 4,000 ล้านเท่า ในอีก 5 ปี หรือ ค.ศ. 2020 จากการอัพโหลดไฟล์ภาพและเสียงในสังคมออนไลน์ อีเมล หรือจัดเก็บข้อมูลสำคัญในอุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการในอุปกรณ์จัดเก็บและคลาวด์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล
เจฟฟรีย์ ดี ไนการ์ด รองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการหัวอ่านและบันทึกข้อมูล บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี กล่าวว่า ปีนี้ซีเกทยังคงลงทุนในส่วนของฐานการผลิตชิ้นส่วนในไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะการเติบโตของตลาดข้อมูลนั้น สามารถต่อยอดไปใช้ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น คลาวด์ และโซเชียล มีเดียใหม่ๆ ในอนาคต
“ในส่วนของการลงทุนด้านโครงสร้างโรงงานผลิตและวิจัยพัฒนาด้านอาคาร อุปกรณ์ และสายการผลิตต่างๆ ที่ จ.นครราชสีมา ใช้งบไปกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปี มีทีมงานในไทยรวมทั้งสิ้นกว่า 1.6 หมื่นคน และมีมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนกว่า 1.7 ล้านล้านบาท” เจฟฟรีย์ กล่าว
การลงทุนด้านอาคารหลังใหม่เพิ่มเติมในโรงงานผลิตฮาร์ดไดรฟ์และวิจัยพัฒนาที่มีอยู่เดิมใน จ.นครราชสีมา เพื่อรองรับการใช้งานเทคโนโลยีและรองรับการเติบโตของคลาวด์ในอนาคต งบลงทุนราว 1.53 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นก่อสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก 4,600 ล้านบาท ลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิต 1.07 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมใช้งานได้ปี 2559 ทำให้เกิดการจ้างงาน 2,500 ตำแหน่ง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้มหาศาล
อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัยที่ปรึกษาอาวุโสด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า การลงทุนของบริษัท ซีเกท ในประเทศไทยนั้น เป็นการลงทุนอย่างต่อเนื่องมาตลอดเวลา 8 ปี ซึ่งแต่ละครั้งจะใช้เม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท
“ซีเกทไม่ใช่เพียงบริษัทเดียวที่เข้ามาลงทุนในด้านเทคโนโลยีของการผลิตชิ้นส่วนเหล่านี้ แต่เป็นการลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2550 ถึงปัจจุบัน จำนวน 8 โครงการ ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนตลอดระยะเวลา 8 ปีนี้ สูงถึง 5.56 หมื่นล้านบาท และยังมีการว่าจ้างแรงงานในไทย ทำให้เกิดการว่าจ้างและเพิ่มศักยภาพของคนทำงานไอทีในไทยได้ด้วย” อัจฉรินทร์ กล่าว
ทั้งนี้ เนื่องจากตลาดคลาวด์กำลังเติบโต ทำให้มองเรื่องการลงทุนด้านนี้เพิ่มขึ้น โดยความสามารถในการใช้งานที่มากขึ้นของกลุ่มลูกค้าผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียรายใหญ่ เป็นเหตุผลที่ซีเกทต้องเพิ่มความจุในการจัดเก็บและลดพื้นที่ในการจัดวาง และต้องมีระบบการทำงานที่ค่อนข้างครอบคลุมและมีคุณภาพ เพื่อให้การทำงานได้ครบถ้วน ซึ่งซีเกทมีความพร้อมที่จะลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยเพิ่มความสามารถในการผลิต
“ความสามารถในการผลิตภายในเวลา 5 ปีนี้ จะเพิ่มขึ้นในส่วนของคลาวด์อย่างแน่นอน เพราะมองเห็นความต้องการในการเก็บข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นแบบไม่จำกัด โดยเรื่องของมูลค่าการผลิตต่อครั้งไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่นอนได้ เพราะการผลิตของ HDD จนถึงเซิร์ฟเวอร์นั้น จะมีตัวเลขที่ค่อนข้างระบุได้ยาก” เจฟฟรีย์ กล่าวเสริม
ซีเกท มองว่าการลงทุนระยะยาวในไทยนั้น เนื่องจากเป็นฐานการผลิตที่มีศักยภาพสูงจาก 3 ปัจจัย คือ 1.มีทีมงานและพนักงานไทยที่แข็งแกร่ง 2.ไทยเป็นประเทศศูนย์กลางที่มีความสำคัญในการเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลาย ถือเป็นฮับในเชิงธุรกิจที่มั่นคง และ 3.ราคาต้นทุนการผลิตในไทยไม่สูงมาก โดยทั้งหมดนี้ถือเป็นเหตุผลหลักที่ซีเกทยังคงพร้อมจะลงทุนในฐานผลิตในเมืองไทยต่อไป







