บอร์ดพีพีพีเคาะเกณฑ์ร่วมลงทุนรัฐเอกชน
บอร์ดพีพีพีเคาะเกณฑ์ร่วมลงทุนรัฐเอกชนพร้อมเห็นชอบกฎหมายลูก 14 ฉบับ
บอร์ดพีพีพีเคาะเกณฑ์ร่วมลงทุนรัฐเอกชนพร้อมเห็นชอบกฎหมายลูก 14 ฉบับ
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือคณะกรรมการพีพีพี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพีพีพี ครั้งที่2/2558 ซึ่งมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้อนุมัติเกณฑ์กำหนดโครงการที่จะเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โดยกำหนดให้โครงการที่มีมูลค่าสูงกว่า 5,000 ล้านบาทต้องนำส่งให้คณะกรรมการพีพีพี
ส่วนโครงการที่มีมูลค่าระหว่าง 1,000-5,000 บาท แยกการพิจารณาเป็น 2 ส่วนคือ หากเป็นโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะให้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพีพีพี และโครงการที่ไม่ไมเป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ เช่น การพัฒนาที่ดินของรัฐเชิงพาณิชย์ ให้ดำเนินการลักษณะผ่อนปรน เช่นเดียวกับโครงการที่มูลค่าต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ให้เพิ่มขั้นตอนคือการกำกับโดยให้มีการรายงานการดำเนินการให้คณะกรรมการพีพีพีทราบเพื่อจัดทำฐานข้อมูลโครงการพีพีพี
ส่วนโครงการที่มูลค่าต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท นั้นมอบหมายให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบโครงการได้ เพื่อให้โครงการขนาดเล็กที่มีอยู่จำนวนมากเดินหน้าได้โดยไม่ล่าช้า
นายกุลิศ กล่าวว่า เพื่อให้การร่วมลงทุนตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 เดินหน้าได้คณะกรรมการพีพีพีได้เห็นชอบกฎหมายลำดับรอง หรือกฎหมายลูกไป 14 ฉบับแล้ว จากทั้งหมด 17 ฉบับ โดยไม่ต้องนำเข้าให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาเพราะบางฉบับเป็นอำนาจการออกของคณะกรรมการพีพีพี ของกระทรวงการคลัง หรือ ของ สคร. โดยกฎหมายนั้นเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่าโครงการ การะบวนประกาศเชิญชวนเอกชน หัวข้อสำคัญที่ต้องมีเป็นมาตรฐานในสัญญาร่วมลงทุน การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน
นอกจากนี้คณะกรรมการพีพีพียังได้เห็นชอบร่างยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุน ระยะ 5 ปี ซึ่งแผนดังกล่าวแบ่งกิจกการออกเป็น 2 ประเภท คือกิจการที่ต้องมีเอกชนร่วมลงทุน และกิจการที่รัฐส่งเสริมให้เอกชนร่วมลงทุน ที่หลังจากนี้ สคร.จะไปหารือกับเจ้ากระทรวงสังกัดเพื่อทำรายการลำดับโครงการที่เข้าข่ายโครงการ่วมลงทุนและรับฟังความเห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายในกลางเดือนมี.ค. และจะนำเสนอให้ ครม.อนุมัติในต้นเดือนเม.ย. และคาดว่าจะประกาศให้เอกชนรับทราบยุทธศาสตร์ทั้งหมดภายในเดือนเม.ย. 2558 หลัง ครม.อนุมัติ







