posttoday
อิมแพ็คมุ่งโตติดปีก ยึดผู้นำธุรกิจไมซ์

อิมแพ็คมุ่งโตติดปีก ยึดผู้นำธุรกิจไมซ์

09 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ถือเป็นผู้ประกอบการโชคชัย สีนิลแท้รายใหญ่อีกราย ที่เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง สำหรับกลุ่มบริษัท บางกอกแลนด์ ที่มีศูนย์การประชุมและจัดนิทรรศการขนาดใหญ่ อิมแพ็คและชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้

นอกจากนี้ ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการประชุมทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ รับกับเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะฟื้นตัวดีขึ้น หลังจากรัฐบาลพยายามเร่งปฏิรูประบอบการเมืองไทย

พอลล์ กาญจนพาสน์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์และกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ กล่าวว่า รูปแบบการลงทุนของบริษัทในอนาคตนั้นเปิดกว้างให้กับภาครัฐบาลและเอกชนเข้ามาลงทุนภายในโครงการ เนื่องจากปัจจุบันยังมีที่ดินเหลืออยู่และยังไม่ได้พัฒนาอีกกว่า 1,000 ไร่

ที่ดินดังกล่าวได้พัฒนาโครงการไปแล้วจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การประชุมขนาดใหญ่ โครงการป๊อปปูล่า คอนโดมิเนียมกว่าหมื่นยูนิต โรงแรมโนโวเทล อิมแพ็ค, ดับเบิ้ลเลค คอนโดมิเนียม, บีไฮฟ์ ช็อปปิ้งมอลล์ รวมถึงมีหน่วยงานราชการกระทรวงกลาโหม

“เมืองทองธานี แจ้งวัฒนะ เป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่ที่มีคนอาศัยจำนวนมาก แต่ยังขาดโรงพยาบาล หากมีการก่อสร้างขึ้นจะทำให้เมืองทองเป็นโครงการที่สมบูรณ์แบบขึ้นและก่อประโยชน์ต่อสังคมด้วย ซึ่งรูปแบบการลงทุนใหญ่ในอนาคตนั้นมองถึงประโยชน์ของคนที่อาศัยในโครงการ” พอลล์ กล่าว

สำหรับแผนการลงทุนของบริษัทในปีนี้ หลังจากมีการจัดตั้งกอง อิมแพ็ค โกรธ รีท กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในกรรมสิทธิ์ของสินทรัพย์ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่เริ่มซื้อขายเดือน ต.ค.ปีที่่ผ่านมานั้น ได้เงินจากการขายสินทรัพย์เข้ากองรีทกว่า 9,000 ล้านบาท จึงวางแผนจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่ผ่านมาได้แบ่งขายที่ดินให้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร จำนวน 10 ไร่ เบื้องต้นจะมีการก่อสร้าง 2 อาคาร คิดเป็นมูลค่าลงทุน 600 ล้านบาท เพื่อขยายการจัดการศึกษารองรับจำนวนนักศึกษาไทยและต่างชาติระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกในอนาคต 

ขณะเดียวกันยังมีแผนพัฒนาโรงแรมไอบิส จำนวน 620 ห้อง และหอพักนักศึกษาเฟสแรก จำนวน 500 ห้อง ด้วยเงินลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท อาคารจอดรถในร่ม 4,000 คัน  ใช้เงินลงทุน 800 ล้านบาท ช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ มูลค่า 2,000 ล้านบาท รวมถึงการปรับปรุงล็อบบี้ และเพิ่มห้องประชุมขนาดเล็ก 10 ห้อง ใช้เงินกว่า 100 ล้านบาทรวมทั้งจะนำร้านอาหารใหม่ๆ ไม่ต่ำกว่า 20 ร้านค้า เข้ามาเปิดให้บริการเพิ่มเติม ทั้งอาหารญี่ปุ่น จีน และไอริสผับ เป็นต้น    

พอลล์ กล่าวถึงภาพรวมการจัดงานประชุุมและสัมมนาในประเทศไทยหรือไมซ์ในปีนี้ มีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีขึ้นเห็นได้จากผู้จัดงาน ได้มีการจองพื้นที่จัดงานทั้งปีไม่ต่ำกว่า 1,000 งาน โดยในปีนี้ ระหว่าง 1 เม.ย. 2558-มี.ค. 2559 คาดว่ายอดรายได้จะเติบโตขึ้นจากปีก่อน 10%   หรือมีจำนวน 2,700 ล้านบาท จาก 1 เม.ย. 2557-มี.ค. 2558 มีรายได้ 2,500 ล้านบาท 

ปัจจุบันรายได้หลักของบริษัทนั้นมาจาก 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.การจัดงานในศูนย์การประชุมที่เพิ่มขึ้น 2.ผู้เช่าพื้นที่เก่าขยายพื้นที่เช่า และการที่บริษัทปรับค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งปกติจะปรับขึ้น 2-3 ปี/ครั้ง เฉลี่ย 5-10% และ 3.ลูกค้าเก่าจัดงานใหม่ๆ

กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้นั้นมาจากการที่บริษัทต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่ถนัด โดยเฉพาะศูนย์การประชุมที่ปัจจุบันยังโฟกัสการลงทุนธุรกิจในเมืองไทยเพราะเชื่อว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะผลักดันให้เติบโตได้อีกมาก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน