
รถแห่งชาติ
โดย...สมหทัย โมสิกะ
โดย...สมหทัย โมสิกะ
ช่วงนี้ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย กำลังเดินสายเยือนประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงมาเลเซีย และประเด็นหนึ่งที่หยิบยกมาหารือ คือ การฟื้นแผนปลุกปั้น “รถแห่งชาติ” ของอินโดนีเซีย ซึ่งคราวนี้อยากจะให้มาเลเซียมาช่วยให้ฝันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
โดยมาเลเซียจะช่วยอินโดนีเซียศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ที่คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ซึ่งหากศึกษาแล้วพบว่า หากมีแบรนด์แห่งชาติแล้วจะเสียมากกว่าได้ ก็คงล้มแผนไป
จริงๆ แล้วแผนรถแห่งชาติของอินโดนีเซียไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเมื่อประมาณเกือบ 20 ปีก่อน ลูกชายของผู้นำอินโดนีเซียสมัยนั้นเคยได้รับใบอนุญาตให้ผลิตรถยนต์แห่งชาติยี่ห้อ “ติมอร์” โดยร่วมมือกับบริษัท เกีย ขอเกาหลีใต้ แบรนด์ติมอร์ได้รับการยกเว้นการเสียภาษีมหาศาล ทำให้มีราคาถูกกว่ารถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นดังๆ มาก แต่โครงการก็ถูกพับไปหลังเกิดได้ราวๆ 1 ปี ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง
การฟื้นแผนรถยนต์แห่งชาติรอบนี้น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจอินโดนีเซียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นปลายทางการลงทุนที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับนักลงทุนต่างชาติ และตลาดรถยนต์ของอินโดนีเซียกำลังโตวันโตคืน
เมื่อปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียเป็นตลาดรถยนต์อันดับ 1 ของอาเซียน ในแง่ของยอดขายแซงหน้าไทยไปแล้ว โดยข้อมูลของสมาพันธ์อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอาเซียน ระบุว่า อินโดนีเซียมียอดขายรถยนต์รวมประมาณ 1.2 ล้านคัน ส่วนไทยมีราว 8.8 แสนคัน แต่ด้านการผลิตอินโดนีเซียมียอดรวมประมาณ 1.3 ล้านคัน น้อยกว่าไทยที่มีประมาณ 1.88 ล้านคัน
แผนรอบนี้ของอินโดนีเซียจะเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ โดยเฉพาะตอนนี้บรรดาค่ายรถยนต์ระดับโลกต่างพาเหรดกันเข้าไปขยายฐานการผลิต อาศัยฐานแรงงาน ฐานตลาดขนาดใหญ่ที่คนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และบางส่วนก็ส่งออกไปขายต่างประเทศ
ถ้าจะทำจริง อินโดนีเซียจะทำอย่างไรเพื่อให้แบรนด์รถแห่งชาติผงาดขึ้นมาแข่งขันกับยี่ห้อต่างชาติที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอยู่แล้วในตลาดได้ ทำอย่างไรให้ต่างชาติยังมองอินโดนีเซียเป็นฐานผลิตรถยนต์ที่น่าสนใจ มีแนวทางปฏิบัติสำหรับแบรนด์ท้องถิ่นและต่างชาติอย่างเท่าเทียมกัน
แน่นอนว่าหากสำเร็จ นี่จะเป็นโอกาสสร้างงานครั้งใหญ่ และพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมรถยนต์อินโดนีเซีย ที่นอกจากเป็นฐานผลิตสำคัญของต่างชาติแล้ว ก็ยังมีแบรนด์ของตัวเองที่อวดใครต่อใครได้ด้วย







