
สั่งทำแผนที่รง.สกัดแย่งอ้อย
โพสต์ทูเดย์
— สั่งทำแผนที่โรงงานน้ำตาลพื้นที่ปลูกอ้อย ศึกษาความเหมาะสม ป้องกันปัญหาแย่งอ้อยนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาห กรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงาน อ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) จัดทำแผนที่โรงงานน้ำตาล และพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศ เพื่อศึกษาและดูความเหมาะสมเมื่อเทียบกับปริมาณอ้อยที่มีอยู่ ระยะห่างของที่ตั้งโรงงาน และอุตสาหกรรมโดยรวม หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ขยาย ย้าย และเพิ่มโรงงานน้ำตาลใหม่อีก 12 แห่งก่อนหน้านี้
“
ในช่วงก่อนปรับ ครม.ครั้งล่าสุด นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง อดีต รมว.อุตสาหกรรม เสนอเรื่องไปยัง ครม.เพื่อขออนุมัติอีก 10 แห่ง แต่ยังไม่ได้นำเข้า ครม. จึงให้ สอน.นำกลับมาพิจารณาใหม่ให้แล้วเสร็จอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ ถ้าจัดระบบได้เร็ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงคงไม่ต้องเสนอ ครม.ใหม่นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ต้องการทราบว่าโรงงานเดิมที่มีอยู่ 47 แห่ง ตั้งอยู่ที่ไหน เพิ่มและย้ายใหม่อีก 12 แห่งไปอยู่ที่ไหน อีก 10 โรงงานที่ยังค้างอยู่จะไปตั้งที่ไหน ปริมาณอ้อยในแต่ละพื้นที่มีเท่าไหร่ เพื่อป้องกันไม่ให้โรงงานเกิดปัญหาการแย่งอ้อยกันในพื้นที่ และหากศึกษาแล้วยังไม่มีความเหมาะสม ลงทุนแล้วกำลังการผลิตเหลือ เพราะอ้อยไม่เพียงพอก็คงจะไม่คุ้มที่จะลงทุน
“
คงไม่ถึงขั้นรื้อใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการดูเพื่อความเหมาะสมทั้งทำเลที่ตั้ง กำลังการผลิต ปริมาณอ้อยและระยะห่าง โดยจะเอาแผนที่ประเทศไทยมากางแล้วดูว่าโรงงานน้ำตาลเดิมทั้ง 46 แห่งและที่จะขอย้าย ขยายใหม่ตั้งอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วจะทำสัญลักษณ์สีเขียวอ่อนเข้มตามปริมาณอ้อยที่มีอยู่ในพื้นที่นั้นๆ เลย เพื่อดูความเหมาะสมว่าจะเกิดการแย่งชิงวัตถุดิบในพื้นที่หรือไม่”นายชัยวุฒิ กล่าว**สำหรับเหตุผลที่ต้องมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง เนื่องจากต้องการให้ชาวไร่อ้อยขายอ้อยได้ราคาที่เป็นธรรม และตัวโรงงานน้ำตาลเองก็สามารถอยู่ได้
ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ต้องได้ใช้น้ำตาลทรายในราคาที่เป็นธรรม เหมาะสม พร้อมทั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น เอทานอล ที่ขณะนี้โรงงานเอทานอลมีมาก กว่าปริมาณโมลาส (กากน้ำตาล) นั้นควรแก้ปัญหาอย่างไร ในเรื่องของการพัฒนารถยนต์ อี85 นั้นควรจะให้น้ำหนักตรงไหน โดยจะนำเรื่องนี้ไปหารือร่วมกับกระทรวงพลังงานหลังจากมีข้อสรุปเรื่องของโรงงานน้ำตาลแล้ว
** ขณะที่การเปิดเสรีอุตสาหกรรมอ้อยและโรงงานน้ำตาลทรายหรือไม่นั้น คงต้องมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง โรงงานน้ำตาลขณะนี้มีเกินกว่าปริมาณอ้อยแล้ว หากเปิดเสรีต้องมาดูในเรื่องระบบอ้อยใหม่ เพราะของเดิมใช้มานานกว่า 20 ปี
**นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการขึ้นราคาน้ำตาลทราย 5 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อนำมาชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ที่คาดว่าหนี้ดังกล่าวจะหมดลงในเดือนพ.ย. 2553 หลังจากนี้ทำอย่างไรต่อไปยังไม่ได้พิจารณา เพราะต้องรอดูด้วยว่าเมื่อถึงเวลาแล้วสามารถใช้หนี้ได้หมดจริงหรือไม่ และคงจะต้องร่วมพิจารณากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง







