posttoday
ฟุตบอลโลกกับวิกฤตเศรษฐกิจ’53

ฟุตบอลโลกกับวิกฤตเศรษฐกิจ’53

16 มิถุนายน 2553

....รศ.ดร.เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์

ตอนนี้ไม่ว่าไปที่ไหนบทสนทนาคงหนีไม่พ้นเรื่องฟุตบอลโลก ซึ่งเปิดฉากไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทุกคนคงหมกมุ่นอยู่กับการแข่งขันอยากจะรู้ว่า “ใครจะผ่านเข้ารอบและจะเป็นแชมป์ในที่สุด” จนลืมไปว่าเรากำลังอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะยุโรปที่ปัญหาหนี้สาธารณะก็ยังรบกวนจิตใจอยู่ แต่คงผลัดไปหลังมหกรรมฟุตบอลโลกผ่านพ้นไปก่อน แล้วค่อยมาหาวิธีแก้ไขกันต่อ

ดูเหมือนจังหวะนี้ที่ยุโรปไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องวิกฤตหนี้และเสถียรภาพของเงินยูโรสักเท่าไร เพราะวันอังคารที่ 15 มิ.ย. 2553 ก็มีข่าวสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดี้ส์ (Moody’s Ratings) ได้ปรับลดเครดิตหนี้สาธารณะของกรีซเป็นอันดับขยะ (Junk Bond) จังก์บอนด์ อีกแห่งตามหลังเอสแอนด์พี (S&P Ratings) และฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) ที่ได้ลดอันดับความเชื่อถือของกรีซมาก่อนหน้านี้แล้ว

การที่มูดี้ส์ลดอันดับของกรีซหลังจากที่กรีซได้ออกมาตรการรัดเข็มขัดและปฏิรูปการเงินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แสดงว่านักลงทุนยังคงไม่เชื่อมั่นว่ากรีซจะทำได้จริง ทำให้ความพยายามของกรีซในครั้งนี้ไม่มีผลต่อการจัดอันดับเครดิตแต่ประการใด ซึ่งก็ทำให้ตลาดหุ้นในเอเชียอ่อนตัวเล็กน้อยหลังจากที่ทราบข่าว ส่วนตลาดหุ้นในสหรัฐและยุโรปปิดทำการไปแล้ว จึงไม่ทราบปฏิกิริยาในทันทีที่ประกาศข่าวนี้

ความจริงกระแสฟุตบอลโลก 2010 น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้บ้าง โดยเฉพาะในประเทศแอฟริกาใต้ที่เป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ เพราะการจัดงานระดับโลกจะต้องมีการอัดฉีดเงินเพื่อใช้ในการลงทุนก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งที่ต้องปรับปรุงหรือสร้างใหม่ให้ยิ่งใหญ่อลังการ โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค เช่น ถนนหนทางและการผลิตไฟฟ้า ก็ต้องมีการลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวก ตลอดจนการเตรียมงานเตรียมความพร้อมย่อมต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการว่าจ้างแรงงานและลดอัตราการว่างงาน

ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ไม่ใช่แต่เพียงประเทศเจ้าภาพที่จะมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่ยังสามารถดึงดูดให้คนเข้าไปเที่ยวในประเทศใกล้เคียง ซึ่งจะนำรายได้เข้าทวีปแอฟริกาเป็นอย่างมาก และยังมีค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดไปทั่วโลก ก็เป็นแหล่งรายได้มหาศาลจากการจัดอภิมหกรรมกีฬาอย่างฟุตบอลโลก

ส่วนในประเทศอื่นที่ไม่ใช่เจ้าภาพ แต่กระแสคลั่งไคล้ในกระแสฟุตบอลโลกจะทำให้มีการกระตุ้นค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นการจัดเทศกาล “เชียร์บอล” หรือการเลี้ยงฉลองนอกบ้านและการจับจ่ายสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น เสื้อผ้า ธงชาติและของที่ระลึกของทีมที่เชียร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี จะมีความต้องการสูงมากในช่วงนี้ ทำให้ผู้ผลิตทีวีรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็นโซนี่หรือซัมซุงก็แข่งกันออกโมเดลใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อให้สอดรับกับกระแสความคลั่งไคล้ของฟุตบอลโลกในช่วงนี้ ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมาก นี่ยังไม่นับ “การพนัน” ที่แม้จะเป็นสิ่งต้องห้ามในบ้านเราแต่ก็ทำกันได้ในหลายประเทศ ซึ่งไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฎหมายก็ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินอย่างมากในวงจรเศรษฐกิจ

สำหรับประเทศในยุโรปที่เผชิญกับวิกฤตในขณะนี้ นับเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรองจากเจ้าภาพ เพราะผูกขาดความเป็นแชมป์ร่วมกับประเทศในแถบอเมริกาใต้ ย่อมต้องได้อานิสงส์จากฟุตบอลโลกในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในกลุ่มหมู 5 ตัว (PIGS) ซึ่ง 4 ประเทศในกลุ่มนี้คือโปรตุเกส อิตาลี กรีซ และสเปน ได้เข้ารอบไปร่วมเตะที่แอฟริกาใต้ในขณะนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีความหวังในระดับต้นๆ ที่จะเป็นแชมป์ ซึ่งผู้คนในประเทศเหล่านั้นล้วนใจจดใจจ่อกับการแข่งขัน คงไม่ค่อยให้ความสนใจกับเศรษฐกิจสักเท่าไร สังเกตได้จากข่าวคราวมาตรการจากฝั่งยุโรปค่อนข้างเงียบมาก ไม่ว่าจะเป็น “ยักษ์ใหญ่” อย่างเยอรมนี ซึ่งจะต้องอุ้ม “แคระ” อย่างกรีซ

รวมทั้ง “ม็อบ” ต่างๆ ที่ไม่พอใจในมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลจนต้องมาประท้วงสร้างความวุ่นวายระยะหนึ่ง ตอนนี้ถ้าจะ “ชุมนุม” ก็คงอยู่หน้าจอทีวีดูทีมที่ตัวเองชื่นชอบ ทำให้เห็น “ข้อดีทางจิตวิทยา” ของมหกรรมฟุตบอลโลกที่ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้คนออกจากวิกฤตเศรษฐกิจ ส่วน “มาตรการสร้างความเชื่อมั่น” เอาไว้ไปคิดหลังจากจบบอลโลก

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค