posttoday
ดัชนีเชื่อมั่นม.ค.ลดลงสัญญาณศก.ชะลอตัว

ดัชนีเชื่อมั่นม.ค.ลดลงสัญญาณศก.ชะลอตัว

05 กุมภาพันธ์ 2558

หอการค้าไทยเผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.อยู่ที่ 80.4 ปรับตัวลดลงอีกครั้งหลังเพิ่งผงกหัวขึ้น ส่งสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว

หอการค้าไทยเผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.อยู่ที่ 80.4 ปรับตัวลดลงอีกครั้งหลังเพิ่งผงกหัวขึ้น ส่งสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว

นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองคณบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยายการณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ หาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนม.ค.2558 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,239 คน พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริดภคอยู่ที่ 80.4 ปรับตัวลดลงจากเดือนธ.ค.2557 ที่อยู่ 81.1 และยังเป็นการปรับลดลงในทุกรายการอีกครั้งหลังเริ่มขยับขึ้นเมื่อช่วงเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจยังชะลอตัวและไม่น่าไว้วางใจ

ทั้งนี้ ปัจจัยบวกที่มีผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนนี้เช่น การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2% และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง แต่ประชาชนยังกังวลต่อความไม่แน่นอนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงเป้าขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) 2558 ที่ 4%และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยเหลือ 3.9% จากเดิม 4.1% รวมถึงการส่งออกไทยยังขยายตัวได้ต่ำจากความไม่แน่นอนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ค่าบาทแข็งกว่าสกุลเงินอื่น และราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะยางพาราและข้าวราคาต่ำ อีกทั้งความกังวลของรายได้ภาคเกษตรจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้กำลังซื้อทั่วไปในต่างจังหวัดขยายตัวไม่ได้มากนัก

“ถือว่าเป็นสัญญาณที่แปลกมาก เพราะจากช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีการจับจ่ายใช้สอย บวกกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงน่จะมีแรงเหวี่ยงให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ผลสำรวจที่ตอบกลับมากับดูไม่ฟื้น ฟื้นตัวช้า ส่วนหนึ่งมาจากกำลังซื้อต่างจังหวัดไม่ดีจากการที่ราคาสินค้าพืชผลทางการเกษตรไม่ดี จึงทำให้บรรยากาศการทำมาหากินยากขึ้น เพราะขายของไม่ได้ และเชื่อว่ารัฐบาลเองก็คงเห็นภาพนี้แล้วเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องให้รัฐบาลเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบผ่านการจ้างงานต่างๆ” นายธนวรรธน์ กล่าว

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเดือนม.ค.อยู่ที่ 69.7 ลดลงจาก 70.5 เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานที่ลดลงมาอยู่ที่ 74.1 จาก 74.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 97.4 ลดจาก 98.3 สอดคล้องกับการสำรวจภาวการณ์ใช้จ่ายของผู้บริโภคเดือนม.ค. ประชาชนจึงเห็นว่ายังไม่เหมาะสมที่จะซื้อรถยนต์คันใหม่ ซื้อบ้านหลังใหม่ ใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวและการลงทุนทำธุรกิจ ซึ่งความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะเป็นขาลงต้องดูอีกครั้งกับการใช้จ่ายในช่วงตรุษจีนในเดือนก.พ.นี้

ขณะที่การสำรวจภาวการณ์ทางสังคม ดัชนีวัดความสุขในการดำเนินชีวิต ปรับตัวดีขึ้นจาก 96.9 ในเดือนธ.ค.มาอยู่ที่ 99.4 และมองอนาคตดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 แต่ดัชนีภาวะค่าครองชีพ ปัญหายาเสพติด และสถานการณ์การเมืองลดลง สะท้อนว่าประชาชนยังกังวลต่อค่าครองชีพแพง และความไม่แน่นอนทางการเมืองได้กลับมาอีกครั้ง  

อย่างไรก็ดี ทางศูนย์ฯ จะมีการปรับลดประมาณการณ์ทางเศรษฐกิจไทยปี2558 ใหม่อีกครั้ง จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะขยายตัวอยู่ที่ 3.5-4% ลดลงเหลือ 3% และการส่งออกที่คาดว่าจะโต 4%  ลดเหลือ 1-2% เนื่องจากเศรษฐกิจยังปรับตัวดีขึ้นในระดับที่ช้ากว่าคาดการณ์ นอกจากนี้ยังมีเรื่องสงครามค่าเงินที่รุนแรง หลังต่างประเทศหันมาใช้นโยบายเงินอ่อน แต่ขณะที่ค่าเงินบาทไทยกลับสวนทางอยู่ในระดับแข็งค่าเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน ทำให้ราคาส่งออกแข่งขันได้ยาก

นอกจากนี้ยังต้องจับตาภาวะเงินฝืดที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นว่าจะกระทบมากน้อยแค่ไหน แม้ว่าตอนนี้ยังไม่เกิดขึ้นในภาคการบริโภคก็ตาม แต่เมื่อดูภาคผลิตดัชนีลดลงต่อเนื่อง 8 เดือน สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตมีต้นทุนผลิตที่สูงขึ้นแต่ไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อการจ้างงานใหม่และการปรับเพิ่มค่าแรงหรือสวัสดิการ

ทั้งนี้ หากรัฐบาลเร่งรัดเบิกจ่ายและหาทางลดค่าครองชีพตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็จะเกิดขึ้นหลังไตรมาส2 ปีนี้ และมีโอกาสที่เศรษฐกิจจะโตได้ 4-5% จากต้นปีที่คาดว่าจะโตได้ 2-3% 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน