
เชื่อมั่นบริษัท จาก MD&A
Apple Inc ครั้งหนึ่งเคยประสบภาวะวิกฤต แต่ได้ Steve Jobs ผู้ก่อตั้งเข้ามากอบกู้สถานการณ์ของบริษัท ด้วยวิสัยทัศน์ที่เกินกว่าใครจะนึกถึง ซึ่งต่อมาผลิตภัณฑ์อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้สร้างรายได้มหาศาลให้แก่บริษัท Berkshire Hathaway Inc บริษัทลงทุนของ Warren Buffet ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนมาตลอดในระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา (ค.ศ. 1964-2013) มูลค่าทางบัญชีของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 693,518% ในขณะที่ผลตอบแทน S&P500 (รวมเงินปันผลจ่าย) อยู่ที่ 9,841%
Apple Inc ครั้งหนึ่งเคยประสบภาวะวิกฤต แต่ได้ Steve Jobs ผู้ก่อตั้งเข้ามากอบกู้สถานการณ์ของบริษัท ด้วยวิสัยทัศน์ที่เกินกว่าใครจะนึกถึง ซึ่งต่อมาผลิตภัณฑ์อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้สร้าง
รายได้มหาศาลให้แก่บริษัท Berkshire Hathaway Inc บริษัทลงทุนของ Warren Buffet ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนมาตลอดในระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา (ค.ศ. 1964-2013) มูลค่าทางบัญชีของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 693,518% ในขณะที่ผลตอบแทน S&P500 (รวมเงินปันผลจ่าย) อยู่ที่ 9,841%
ตัวอย่างของสองเรื่องนี้บอกเราว่า ผู้บริหารของบริษัทเป็นบุคคลสำคัญ ที่วิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของเขากำหนดชะตาของบริษัทว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน และ MD&A (Management Discussion and Analysis) หรือ “การวิเคราะห์และคำอธิบายของฝ่ายจัดการ” เป็นเวทีที่ผู้บริหารใช้สื่อสารเรื่องราวเหล่านี้แก่ผู้ลงทุน
[MD&A เป็นส่วนหนึ่งของรายงานประจำปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1)] ที่บริษัทจดทะเบียนจัดทำและส่งให้ผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี รวมทั้งเปิดเผยไว้ที่เว็บไซต์ของบริษัทเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. (www.sec.or.th) และ Mobile app: start-to-invest คลิก สินค้าในตลาด > หุ้น > ข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (แบบ 56-1)
อ่านแล้วจะรู้อะไร
(1) ทำไมกำไร ทำไมขาดทุน
ปกติข้อมูลพื้นฐานที่ผู้ลงทุนต้องดูทั้งก่อนจะตัดสินใจซื้อหุ้นหรือในขณะที่ถือหุ้นอยู่ คือ ผลการดำเนินงานของบริษัท กำไรหรือขาดทุน มากน้อยแค่ไหน จากนั้นจึงวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายใน ตามสถานการณ์ที่คิดว่าน่าจะเป็น เพื่อหาว่าที่ผลการดำเนินงานออกมาอย่างนั้นเป็นเพราะอะไร แต่จะไม่ดีกว่าหรือ? ถ้าเราจะได้รู้จากผู้บริหารของบริษัทเองโดยตรง เช่น ปีที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นมาก เราอาจสันนิษฐานเองว่าบริษัทขายสินค้าได้มาก ทำให้กำไรสูงขึ้น และอาจทำให้เราคาดหวังว่าจะมีกำไรที่ดีอย่างนี้ต่อไป แต่เมื่อได้อ่าน MD&A แล้วจึงพบว่ากำไรปีนี้มาจากรายได้จากการขายที่ดิน ซึ่งเป็นการขายครั้งเดียว ดังนั้นในปีต่อไปจะไม่มีรายได้ส่วนนี้อีก
นอกจากนี้ ผู้บริหารจะกล่าวถึงการตัดสินใจและการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัท รวมถึงอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ลงทุนเห็นสถานะของบริษัทชัดเจนขึ้น และใช้เปรียบเทียบง่ายขึ้น และหากบริษัทเคยทำประมาณการฐานะการเงินไว้ในปีก่อน พอถึงปีนี้ผู้บริหารจะต้องรายงานว่าเป็นไปตามประมาณการนั้นหรือไม่
(2) กลยุทธ์การแข่งขัน MD&A จะบอกภาพรวมของธุรกิจในส่วนของบริษัทและอุตสาหกรรม ซึ่งผู้บริหารจะเล่าถึงมุมมองของตนต่ออุตสาหกรรมในปีที่ผ่านมาและในช่วงเวลาต่อไป รวมทั้งแผนกลยุทธ์และแผนงาน ซึ่งในส่วนนี้ผู้ลงทุนจะได้เห็นถึงสไตล์การบริหารงานของผู้บริหาร เช่น เน้นเชิงรุก หรือรับ ซึ่งควรจะสอดคล้องกับสภาพอุตสาหกรรมและคู่แข่ง เพื่อไม่ให้สร้างความเสี่ยงที่มากเกินควร หรือระมัดระวังจนเสียโอกาส
(3) อนาคตเป็นอย่างไร ผู้บริหารจะบอกถึงเป้าหมายของบริษัท และแผนงานหรือโครงการที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายนั้น รวมถึงความเสี่ยงที่ผู้บริหารตระหนักไว้แล้ว ในส่วนนี้จะแสดงถึงความมุ่งมั่นของ
ผู้บริหารที่จะเดินหน้าธุรกิจต่อไป แม้จะไม่ถึงกับเป็นคำมั่นสัญญา แต่เชื่อว่าผู้บริหารจะต้องมีความพยายามที่จะทำให้ได้ ซึ่งในปีต่อไปผู้ลงทุนก็จะได้ทราบว่าแผนงานหรือโครงการที่เคยบอกไว้ทำได้หรือไม่ หรือมีความคืบหน้าเพียงใด
ความไม่ชัดเจนที่อาจพบใน MD&A บางครั้งข้อมูลที่เปิดเผยอ่านแล้วไม่ได้ใจความ คลุมเครือ เช่น รายได้หรือกำไรที่สูงขึ้นโดยไม่อธิบายที่มาที่ไป ผลการดำเนินงานขาดทุนแต่ผู้บริหารไม่ชี้แจงแผนการแก้ไข หรือสัดส่วนหนี้สินต่อทุนสูงมาก โดยไม่มีเหตุที่สมควรจะกู้ยืม การปล่อยกู้ที่สร้างความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น หรือกรณีที่ไม่ทำตามแผนหรือประมาณการที่เคยเขียนไว้โดยไม่บอกเหตุผล อีกทั้งหากพบว่าที่เขียนมาไม่เคยแตกต่างจากปีก่อนๆ หรือที่เรียกว่า Boilerplate อย่างนี้ผู้ลงทุนควรตั้งข้อสังเกตต่อผู้บริหาร โดยการไปตั้งคำถามในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ข้อมูล MD&A ถึงแม้ไม่มีการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างงบการเงินที่มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบ แต่ผู้บริหารต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลนี้ ซึ่งกฎหมายกำหนดว่า หากข้อมูลเป็นเท็จหรือปกปิดข้อมูลสำคัญ กรรมการและผู้บริหารจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้ลงทุนได้รับความเสียหายจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรรมการและผู้บริหารได้ โดยต้องดำเนินการภายใน 2 ปี ตั้งแต่วันที่รู้ว่าข้อมูลเป็นเท็จ แต่ไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่มีการรายงานข้อมูลนั้น n
“ก.ล.ต.อยากให้คนไทยลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง”







