
เทกโอเวอร์อสังหาฯ ซื้อจริงหรือแค่เกมปั่นหุ้น
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว สำหรับการเทกโอเวอร์หรือร่วมทุน ซึ่งยังคงเห็นความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง กระจายความเสี่ยงในหลากหลายรูปแบบ โดยในปีที่ผ่านมามีมูลค่าการร่วมทุนไปแล้วกว่า 1.2 แสนล้านบาท
ชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า ในปี 2558 การควบรวมกิจการและการต้องการเข้ามาถือหุ้นใหญ่ในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากปีก่อนการควบรวมจะเป็นการเจรจาที่เกิดขึ้นกับบริษัทขนาดใหญ่ แต่มาในขณะนี้นั้นการเข้าซื้อกิจการเกิดจากผู้ประกอบการขนาดกลางกับกลางด้วยกัน หรือกลุ่มทุนที่มองเห็นโอกาสของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะขยายตัวมากขึ้นเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยปัจจุบันรูปแบบในการร่วมทุนที่นิยมที่สุด คือ การซื้อกิจการ หรือเทกโอเวอร์ ซึ่งเป็นการซื้อหุ้น สวอปหุ้น หรือซื้อด้วยเงินสด ส่วนการควบรวมกิจการ หรือการร่วมทุน และการควบโอนกิจการ หรือการรวมกัน 2 บริษัทแล้วจัดตั้งบริษัทใหม่ยังไม่เห็นเกิดขึ้นในปัจจุบัน
ขณะที่ี ชุติมา ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการบริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นมีมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่หรือกลุ่มทุนนั้นมองเห็นโอกาสในการลงทุน เนื่องจากเมื่อมีการควบรวมแล้วธุรกิจจะขยายตัวได้ดีขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายขนาดกลางที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพราะเป็นบริษัทที่ได้รับแรงกดดันเรื่องผลประกอบการที่จะต้องเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
“ต้องยอมรับว่าบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางนั้นได้รับแรงกดดันจากตลาดภายนอกเหมือนกันในเรื่องผลประกอบการที่ต้องเพิ่มขึ้นจึงทำให้เกิดการควบรวมกิจการ แต่ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ทุกดีล อาจจะเป็นการสร้างกระแสเพื่อต้องการปั่นหุ้นก็เป็นไปได้ ทั้งที่เหตุการณ์นั้นยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง ซึ่งบริษัทเองก็เผชิญปัญหาข่าวลือว่ากลุ่มซีพีสนใจเข้ามาซื้อกิจการของบริษัท เวลานี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด” ชุติมา กล่าว
ไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ให้ความเห็นว่า การควบรวมกิจการเกิดขึ้นได้ในยุคดิจิทัล ซึ่งการจะควบรวมกิจการนั้นต้องมีการพิจารณาให้ดี ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้รับการทาบทาม ทั้งจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงธุรกิจอื่นที่ต้องการเข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้ แต่ปัจจุบันการควบรวมหรือร่วมทุนยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากบริษัทยังมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีไม่ต้องพึ่งพากลุ่มทุนรายอื่น
สอดคล้องกับ สมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง ที่มองว่า การควบรวมกิจการนั้นต้องพิจารณาให้ดี เพราะปัจจุบันอาจจะเป็นการปั่นกระแสเพื่อต้องการให้หุ้นอสังหาริมทรัพย์ขึ้น ผลประโยชน์จะเกิดกับกลุ่มนักลงทุนบางรายเท่านั้น
“เราได้รับการทาบทามจากนายหน้าว่ามีผู้ประกอบการ 2-3 ราย สนใจเข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทในสัดส่วน 25-30% นอกจากนี้บางรายยังสนใจที่จะนำโครงการที่พัฒนาอยู่ก่อนหน้านี้ คือ คอนโดมิเนียม เพื่อมาร่วมกับเราและแลกเปลี่ยนกับการเข้าถือหุ้น การเข้ามาในรูปแบบดังกล่าวเป็นการสร้างกระแสให้หุ้นอสังหาริมทรัพย์คึกคัก จากก่อนหน้านี้ก็มีการปั่นหุ้นในกลุ่มพลังงานทดแทน”
สมเชาว์ กล่าว
ทั้งนี้ ในเมื่อ 2557 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยมีการซื้อกิจการ 4 ดีล ร่วมทุนอีก 6 ดีล เช่น การเทกโอเวอร์ของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เทกโอเวอร์ ไทย พร็อพเพอร์ตี้ กลุ่มสิงห์ คอร์เปอเรชั่น เข้าเทกโอเวอร์บริษัท รสา พร็อพเพอร์ตี้ ตั้งบริษัท สิงห์เอสเตท และอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อบริษัท เนอวานา บริษัท โกลเด้นแลนด์ เทกโอเวอร์บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน
นอกจากนี้ ยังมีการร่วมทุน ได้แก่ แสนสิริ กับ บีทีเอส บีทีเอส ร่วมกับ เนเชอรัล พาร์ค อนันดาฯ ร่วมทุนกับ มิตซุย เอพี ร่วมทุนกับ มิตซูบิชิ ซีพีแลนด์ ร่วมทุนกับ สยามพิวรรธน์ พัฒนาที่ดิน 50 ไร่ มูลค่ารวม 5 หมื่นล้านบาท ศุภาลัย ร่วมทุนกับบริษัท แซทเทอร์เลย์ พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป พัฒนาบ้านเดี่ยว 2 โครงการ ระดับราคา 10-20 ล้านบาท ที่เมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย เป็นต้น
ขณะที่มูลค่าการร่วมทุนปีที่ผ่านมา มีมูลค่า 1.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็น เทกโอเวอร์ 3.7 หมื่นล้านบาท และร่วมทุนอีก 8.2 หมื่นล้านบาท โดยอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะยังเห็นการเทกโอเวอร์และร่วมทุนกันต่อเนื่อง โดย 3 สาเหตุสำคัญที่มีเทกโอเวอร์หรือการร่วมทุน คือ เสริมความแข็งแกร่ง กระจายความเสี่ยง และเสริมศักยภาพในการทำธุรกิจ
ทั้งนี้ จะเห็นว่าการรวมทุนเป็นสิ่งที่จะทำให้ขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นได้ แต่ก็ใช่ว่าทุกดีลของการเทกโอเวอร์และการร่วมทุนจะทำให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ตัวอย่างมีให้เห็นมาแล้ว
เช่นในอดีต







