posttoday
ทางรอดสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม เร่งเอฟทีเอ-ปรับทิศลงทุน

ทางรอดสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม เร่งเอฟทีเอ-ปรับทิศลงทุน

02 กุมภาพันธ์ 2558

ปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงยิ่งขึ้นจากคู่แข่งในอาเซียน

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงยิ่งขึ้นจากคู่แข่งในอาเซียน ทั้งเวียดนาม กัมพูชา และอินโดนีเซีย และหลังจากไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากสหภาพยุโรป (อียู) ก็ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคมากขึ้น

วิมล ปั้นคง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์ความรู้สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและพัฒนา (ไอทีดี) ได้เสนองานวิจัยเรื่อง “เขตการค้าเสรีไทย/อาเซียน-สหภาพยุโรป (อียู) ในมิติอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม” ว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยจะเสียเปรียบทางการค้ามากที่สุดในสถานการณ์ที่อียูยกเลิกสิทธิจีเอสพีให้ไทย ขณะที่จีนและประเทศคู่แข่งอื่นๆ สามารถบรรลุข้อตกลงเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับยุโรป ซึ่งจะทำให้ปริมาณการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลเสียจะเกิดกับการส่งออกเครื่องนุ่งห่มมากกว่าสิ่งทอ

ทั้งนี้ ได้จำลองสถานการณ์ 5 แนวทาง เพื่อเปรียบเทียบผลกระทบจากการถูกตัดสิทธิจีเอสพี ได้แก่ 1.ทุกประเทศถูกยกเลิกจีเอสพี 2.ทุกประเทศถูกยกเลิกจีเอสพี แต่ไทยบรรลุข้อตกลงเอฟทีเอกับยุโรป 3.ทุกประเทศถูกยกเลิกจีเอสพี แต่ประเทศในอาเซียนบรรลุข้อตกลงเอฟทีเอกับยุโรป 4.ทุกประเทศถูกยกเลิกจีเอสพี แต่จีนบรรลุข้อตกลงกับยุโรป และ 5.ทุกประเทศถูกยกเลิกจีเอสพี แต่ทุกประเทศที่เป็นคู่แข่งด้านส่งออกสิ่งทอของไทยบรรลุข้อตกลงกับยุโรป แต่ไทยไม่ได้ทำ

หากมองในกรณีที่ 1 คือทุกประเทศถูกตัดสิทธิเหมือนกันหมด ก็จะกระทบต่อการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยไปยุโรปประมาณ 162.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะกระทบต่อรายได้ประชาชาติ
(จีดีพี) 0.18% แต่หากออกมาในกรณีเลวร้ายที่สุดคือ กรณีที่ 5 นั่นหมายความว่า จะกระทบต่อการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยไปยุโรปประมาณ 184.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 0.20% ของจีดีพี

คณะวิจัยประเมินว่า กรณีที่ 5  มีความเป็นไปได้สูง เพราะล่าสุดพบว่าหลายประเทศในอาเซียนได้เจรจาเอฟทีเอกับอียูแล้ว เช่น เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะการเจรจาของเวียดนามก้าวหน้าที่สุด คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ ขณะที่ไทยยังไม่ได้เจรจาเอฟทีเอ แต่ได้ถูกตัดสิทธิจีเอสพีไปแล้ว

“คาดว่าไทยน่าจะเริ่มเจรจาเอฟทีเอกับอียูได้เร็วสุดในปี 2559 และจะต้องใช้เวลาเจรจาอีก 2-3 ปี จึงจะเห็นและน่าจะบรรลุข้อตกลงได้ภายในปี 2562 ซึ่งตอนนี้เวียดนามคงทำเอฟทีเอไปนานแล้ว”

อย่างไรก็ตาม การที่เวียดนามยังขาดแคลนโรงงานวัตถุดิบสิ่งทอในอุตสาหกรรมต้นน้ำ ทำให้ต้องนำเข้าเส้นใยจากจีนและไต้หวัน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการวัตถุดิบสิ่งทอต้นน้ำไทยให้ย้ายฐานไปยังเวียดนาม นอกจากนี้ การขยายฐานไปพม่าก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกทางหนึ่ง เนื่องจากในอนาคตพม่าจะกลายเป็นแหล่งผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อส่งออกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาค

สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กที่อาจไม่พร้อมขยายฐานไปเพื่อนบ้าน ควรศึกษาและหาลู่ทางลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ มีแรงงานเพียงพอสำหรับการผลิต ขณะเดียวกัน ต้องหันมาสร้างแบรนด์ของตัวเองแทนการเป็นผู้รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) แล้วหันมาผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นแทน จึงจะสามารถทดแทนรายได้ที่หดหายไปหลังจากไทยถูกอียูตัดสิทธิจีเอสพี

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน