
ทีซีซีแลนด์จัดอสังหาฯ3กลุ่มตั้งกองทุนขายนักลงทุน
กลุ่มทีซีซีแลนด์ของเสี่ยเจริญ จัดกลุ่มสินทรัพย์ตั้งกองทุนอสังหาฯ เพิ่มอีก 2 ประเภท หลังส่งกองทุน TCIF อาคารสำนักงานให้เช่าเปิดตลาดไปแล้วนักลงทุนสนอื้อ
กลุ่มทีซีซีแลนด์ของเสี่ยเจริญ จัดกลุ่มสินทรัพย์ตั้งกองทุนอสังหาฯ เพิ่มอีก 2 ประเภท หลังส่งกองทุน TCIF อาคารสำนักงานให้เช่าเปิดตลาดไปแล้วนักลงทุนสนอื้อ
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ) กรุงไทย เปิดเผยว่า กลุ่มทีซีซีแลนด์ ซึ่งทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี มีนโยบายที่จะเพิ่มขนาดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ไทยคอมเมอร์เชียล อินเวสเม้นต์ หรือ TCIF ซึ่งปัจจุบันลงทุนอยู่ในอาคารสำนักงานให้เช่าเนชั่น ทาวเวอร์ ถนนบางนา-ตราด จากปัจจุบันมีขนาดสินทรัพย์ 1,960 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุน โดยจะซื้อสินทรัพย์อาคารสำนักงานเข้ามาเพิ่ม
นอกจากนี้มีแผนจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อีก 2 กองทุน เพื่อลงทุนในสินทรัพย์ประเภทโรงแรมและศูนย์การค้า เนื่องจากปัจจุบันทางกลุ่มทีซีซีแลนด์มีสินทรัพย์อยู่จำนวนมาก หากนำมาตั้งเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ประเภท 1 ที่ขายนักลงทุนทั่วไปน่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนส่วนระยะเวลาจะนำมาจัดตั้งกองทุนขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา
“สินทรัพย์ของกลุ่มคุณเจริญอยู่ในกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน (กอง 2) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเรียกร้อง (กอง 4) มูลค่าประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท และยังมีสินทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในกองทุนดังกล่าวอีก ที่จะสามารถเลือกมาจัดตั้งกองทุนได้”นายสมชัย กล่าว
กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุน TCIF มีการรับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำอยู่ที่ 4.5% ต่อปีในช่วง 3 แรก ซึ่งเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากจึงได้รับความสนใจจากนักลงทุน อีกทั้งเป็นกองทุนที่มีกรรมสิทธิ์หรือเป็นเจ้าของในอาคารหรือฟีโฮลด์ ผู้ลงทุนจึงได้รับผลตอบแทนต่อเนื่อง ต่างจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ประเภทลิสต์โฮลด์ หรือลงทุนในสิทธิการเช่า อีกทั้งพบว่าปัจจุบันอัตราผู้เช่าในอาคารเนชั่นเพิ่มขึ้นอยู่ระดับ 70% กว่า จากช่วงที่เสนอขายกองทุนครั้งแรกอยู่ที่ 63% ดังนั้นแนวโน้มผลตอบแทนของกองทุนน่าจะสูงกว่าที่รับประกันไว้
“ที่ผ่านมาพบว่าผู้ลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนในกองทุนนี้ประมาณ 50% โดยกลุ่มเจ้าของสินทรัพย์ถือ 1 ใน 3 หรือประมาณ 33% ที่เหลือเป็นนักลงทุนทั่วไป และในอนาคต เมื่อเพิ่มขนาดทรัพย์สินให้ใหญ่ขึ้นจะช่วยแก้ปัญหาหน่วยลงทุนขาดสภาพคล่องได้”นายสมชัย กล่าว
นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ กรรมการลงทุน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ไทยคอมเมอร์เชียล อินเวสเม้นต์ กล่าวว่า การนำอสังหาริมทรัพย์มาจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อเสนอขายนักลงทุนทั่วไป เนื่องจากทางกลุ่มต้องการกระจายช่องทางระดมทุนไม่ได้พึ่งเงินกู้อย่างเดียว
ปัจจุบันสินทรัพย์ที่เป็นสำนักงานให้เช่า เช่น ตึกเอ็มไพร์ ถนนสาธร ไซเบอร์เวิลด์ รัชดา สนามกอล์ฟนอร์ธพาร์ค เป็นต้น ส่วนโรงแรม เช่น พลาซ่าแอทธินี, เลอ เมอริเดียน, อิมพีเรียลและโรงแรมในต่างจังหวัดอีกมาก ส่วนศูนย์การค้า เช่า พันทิพพล่าซ่าที่มีอยู่ 4 สาขา
อย่างไรก็ตามมองว่าประเทศไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่ง เชื่อว่ากองทุนดังกล่าวจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นอย่างดี เพราะการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ในไทย มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับราคาหน่วยลงทุน TCIF ที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วานนี้เป็นวันแรกขึ้นแตะสูงสุดที่ 10.60 บาทและปิดที่ 10.50 บาท จากราคาเสนอขาย 10 บาทต่อหน่วย มูลค่าการซื้อขาย 18.58 ล้านบาท
ด้านนางชวินดา หาญรัตนกูล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนส่วนบุคคล บลจ.กรุงไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ตลาดไทว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดของกองทุน คาดว่าเดือนก.ค.น่าจะเปิดขายกับนักลงทุนได้







