
เวียดนามเบรก 4 ผลไม้ไทย
ระงับไลเซนส์นำเข้ามะม่วง-ลำไย-ลิ้นจี่-เงาะ เกษตรฯคาดกระทบส่งออกแสนตัน 2 พันล้าน
ระงับไลเซนส์นำเข้ามะม่วง-ลำไย-ลิ้นจี่-เงาะ เกษตรฯคาดกระทบส่งออกแสนตัน 2 พันล้าน
เวียดนามงดแจกไลเซนส์นำเข้าผลไม้ไทย 4 ชนิด รัฐแนะเจาะตลาดอินโดฯ-มาเลเซียแทน
น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เวียดนามได้ประกาศระงับการออกใบอนุญาตนำเข้า (Import Permit) ผลไม้ 4 ชนิดจากไทย ได้แก่ มะม่วง เงาะ ลำไย และลิ้นจี่ โดยอ้างว่าเป็นชนิดผลไม้ที่มีศัตรูพืชกักกันของเวียดนามและศัตรูพืชบางชนิดที่ไม่มีในเวียดนาม เช่น ด้วงเจาะเมล็ดมะม่วง โดยประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 2558 เป็นต้นมา
ทั้งนี้ เวียดนามถือเป็นตลาดส่งออกผลไม้ที่สำคัญของไทย จึงคาดว่าประกาศดังกล่าวจะกระทบต่อการส่งออกผลไม้ไทยไปเวียดนามนับแสนตัน มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท
“การระงับดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อตลาดและราคาภายในประเทศด้วย จนอาจทำให้เกิดปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำได้” น.ส.เสริมสุข กล่าว
เบื้องต้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดว่าจะมีลำไยออกสู่ตลาด 9.61 แสนตัน เงาะ 3.38 แสนตัน และลิ้นจี่ 5.77 หมื่นตัน
น.ส.เสริมสุข กล่าวอีกว่า ได้ส่งหนังสือและเอกสารชี้แจงให้เวียดนามทราบแล้วว่า หนึ่งในศัตรูพืชที่เวียดนามอ้างถึง คือ ด้วงเจาะเมล็ดมะม่วงนั้นไม่มีในไทย ก่อนหน้านี้เคยใช้ข้อมูลเดียวกันยืนยันกับมาเลเซียและออสเตรเลียและได้รับการยอมรับมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่ใบอนุญาตนำเข้ายังไม่หมดอายุยังสามารถส่งออกผลไม้ 4 ชนิดไปยังเวียดนามได้ ส่วนผู้ที่ใบอนุญาตนำเข้าหมดอายุแล้วจะไม่สามารถส่งออกได้ ควรเร่งกำจัดศัตรูพืชในแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ โรงคัดบรรจุต้องมีระบบป้องกันศัตรูพืชที่รัดกุมและควรมองตลาดส่งออกอื่นที่มีกำลังซื้อ เช่น อินโดนีเซียและมาเลเซียเพื่อส่งออกทดแทน
ด้านแหล่งข่าวจากผู้ส่งออกผลไม้ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาประเทศต่างๆ ในอาเซียนเคยใช้มาตรการลักษณะดังกล่าว ซึ่งคล้ายคลึงกับมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (เอ็นทีบี) มาบ้างแล้ว เช่น เมื่อ 2-3 ปีก่อน มาเลเซียเคยห้ามนำเข้าชมพู่ทับทิมจันทร์จากไทย ฟิลิปปินส์ งดนำเข้าผลไม้อีกหลายชนิด
สำหรับปี 2557 ไทยส่งออกลำไยไปเวียดนามจำนวน 1.55 แสนตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,414 ล้านบาท ขณะเดียวกันมีปริมาณการส่งออกมะม่วงจำนวน 3.76 หมื่นตัน มูลค่ากว่า 788 ล้านบาท เงาะ 2,147.69 ตัน มูลค่า 15.23 ล้านบาท และลิ้นจี่ 901 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 30.35 ล้านบาท







