
CK ได้หลายเด้งจัดโครงสร้างกลุ่มเสร็จ
ช.การช่าง ได้ประโยชน์มากมาย หลังควบรวม BMCL-BECL งบดุลดูดี รับปันผลก้อนโต เครดิตสดใส
ช.การช่าง ได้ประโยชน์มากมาย หลังควบรวม BMCL-BECL งบดุลดูดี รับปันผลก้อนโต เครดิตสดใส
นายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ช.การช่าง (CK) เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างภายในของกลุ่มจะส่งผลดีต่องบดุลของ ช.การช่าง ให้ดีขึ้นชัดเจน หลังการควบรวมกิจการบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) กับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) ทำให้บริษัท ไม่ต้องรับรู้ผลการขาดทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นใน BMCL จำนวน 25.15% ซึ่งที่ผ่านมาขาดทุนประมาณ 700-800 ล้านบาท/ปี อีกต่อไป
นอกจากนี้ CK ยังมีโอกาสบันทึกกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทใหม่เข้ามาในงบดุลของ CK มากขึ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นที่จะเพิ่มขึ้นประมาณ 30% รวมถึงช่วยลดภาระการสนับสนุนทางการเงินและการลงทุนลงจาก BMCL เพราะบริษัทใหม่แข็งแกร่งและมีฐานะการเงินที่ดีขึ้น
กรณีที่ CK จะขายหุ้นทั้งหมดประมาณ 30% ที่ถือในโครงการเขื่อนพลังน้ำไซยะบุรี มูลค่าประมาณ 4,344 ล้านบาท ให้กับบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) ช.การช่าง จะบันทึกกำไรพิเศษประมาณ 1,500 ล้านบาท ในไตรมาส 2 และไม่ต้องแบกรับผลการขาดทุนในไซยะบุรีอีกต่อไป จากช่วง 9 เดือนปีนี้ต้องรับภาระขาดทุนประมาณ 100 ล้านบาท และไม่มีภาระการลงทุนในไซยะบุรีอีกต่อไปด้วย
“CK จะรับรู้กำไรจากบริษัทใหม่ทันที กลุ่มพร้อมรับงานภาครัฐ” นายพงษ์สฤษดิ์ กล่าว
นายประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มงานบริหาร CK เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างจะส่งผลดีต่อทั้งอัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิของ CK ในปี 2558 ปรับตัวดีขึ้นจากระดับปกติที่เคยทำ ROE ได้ประมาณ 7-8% และอัตรากำไรสุทธิที่ประมาณ 3-5%
“ปัจจัยบวกเหล่านี้จะส่งผลดีต่ออันดับความน่าเชื่อถือของ CK จากปัจจุบันที่ BBB+ แนวโน้มบวก ทำให้ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยดีขึ้นด้วย จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4.5-5% ขณะที่ในเดือน ก.พ. มีแผนจะออกหุ้นกู้วงเงิน 4,000 ล้านบาท อายุ 5 ปี 11 เดือน”
นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ CK เปิดเผยว่า ไม่มีแผนนำบริษัท ทีทีดับบลิว (TTW) ควบรวมกิจการด้วย เพราะธุรกิจมีความแข็งแรง และมีศักยภาพมากพร้อมที่จะลงทุนได้เอง ธุรกิจที่ยืนด้วย 3 ขาจะแข็งแรงกว่ายืน 2 ขา
ในปี 2558 บริษัทจะมีรายได้ก่อสร้างไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ราว 3.4 หมื่นล้านบาท รักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 10%







