
พลังงานทดแทนน้ำหนักเท่าตลาด
ผลจากกลุ่มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เรื่องระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ฟาร์มสำหรับผู้ประกอบการเดิมที่เคยยื่นคำขอขายไฟฟ้าในระบบ Adder (ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า) ทำให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทนเท่าตลาด
ผลจากกลุ่มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เรื่องระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ฟาร์มสำหรับผู้ประกอบการเดิมที่เคยยื่นคำขอขายไฟฟ้าในระบบ Adder (ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า) ทำให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทนเท่าตลาด
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2558 ทาง กกพ.ได้ออกประกาศระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์ฟาร์ม โดยระบุไว้ว่าหากกรณีที่ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นนิติบุคคล ผู้ถือหุ้นเดิมที่เคยยื่นขอไฟฟ้าในระบบ Adder เดิม จะต้องถือหุ้นโครงการในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เว้นแต่ผู้เข้าร่วมโครงการจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้วเป็นระยะเวลา 3 ปี
ข้อกำหนดเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น จึงเป็นเหตุให้กลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการไม่เห็นด้วยกับระเบียบการดังกล่าว เนื่องจากถือเป็นอุปสรรคต่อกลุ่มผู้ประกอบการที่มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ต้องการระดมทุนเพื่อนำเงินไปใช้ลงทุนพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์ม หลังจากได้รับการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าแล้ว เพราะการจดทะเบียนเข้า SET นั้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของทั้งจำนวนหุ้นและสัดส่วนของผู้ถือหุ้น
ทั้งนี้ ในมุมมองของ กกพ.นั้น ให้ความเห็นว่าระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแก้ปัญหาสำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นขอโครงการและได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว แต่กลับไม่มีการพัฒนาโครงการดังกล่าว และได้นำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าไปขายต่อในตลาดให้กับผู้ประกอบการรายอื่น
อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องของระเบียบการรับซื้อไฟฟ้า สำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์มดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ภาครัฐจะต้องเร่งสรุปแผนให้ออกมาอย่างชัดเจน เพื่อที่จะเดินหน้าโครงการให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายกำลังการผลิตที่ได้กำหนดไว้ในแผนพลังงานทดแทน และแผนงานของภาครัฐที่กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ภายในเดือน ธ.ค. 2558 เพราะหากผู้เข้าร่วมโครงการประสบปัญหาเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลต่อการดำเนินโครงการให้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายได้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจโซลาร์ ประกอบไปด้วย บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) บริษัท เด็มโก้ (DEMCO) บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก (SUPER) บริษัท ไทยสตีลเคเบิล (TSE) บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม (AKR) บริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ (PPP) บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง (IEC) บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก (EPCO) และบริษัท โซลาร์ตรอน (SOLAR) เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ยังคงเลือกแนะนำ GUNKUL มูลค่าที่เหมาะสม 31 บาท และ DEMCO มูลค่าที่เหมาะสม 21 บาท โดยในส่วนของ GUNKUL คาดจะได้รับงานจากการประมูลดังกล่าว ส่วน DEMCO คาดจะได้รับอานิสงส์ของงานก่อสร้างโรงไฟฟ้า (EPC)







