
สศอ.คาดปี58ดัชนีผลผลิตขยายตัวทุกอุตสาหกรรม
สศอ. เผยMPI เดือนธ.ค. 2557 หดตัว 0.35% ไตรมาส 4 ปรับตัวดีขึ้น คาดปี 2558 ขยายตัวทุกอุตสาหกรรม
สศอ. เผยMPI เดือนธ.ค. 2557 หดตัว 0.35% ไตรมาส 4 ปรับตัวดีขึ้น คาดปี 2558 ขยายตัวทุกอุตสาหกรรม
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนธันวาคม 2557 หดตัวร้อยละ 0.35 โดยมีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นจากการที่ดัชนีฯ หดตัวในอัตราที่น้อยลงจากเดือนพฤศจิกายน 2557 ที่หดตัวร้อยละ 3.68 ด้านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ) เดือนธันวาคม 2557 ขยายตัวต่อเนื่องร้อยละ 4.1 และภาพรวมปี 2557 ขยายตัวร้อยละ 1.4 ขณะที่การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 6.2 ส่งสัญญาณถึงแนวโน้มภาคการผลิตที่ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น คาดการณ์ปี 2558 ภาพรวมอุตสาหรรมเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะสาขาที่สำคัญ มีดังนี้
อุตสาหกรรมรถยนต์ คาดว่า จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.36 หรือคิดเป็นประปริมาณการผลิตรถยนต์ประมาณ 2,150,000 คัน โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 1,000,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.43 และเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก 1,150,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.94 เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศและตลาดส่งออกหลักมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในปี2558 คาดว่าการผลิตจะปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1-2 โดยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 -1 ตามความต้องการของตลาดกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารที่เพิ่มขึ้น และอุตสาหกรรมไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 1-2 เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศ จะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า คาดการณ์ว่าสถานการณ์เหล็กในส่วนการผลิตจะทรงตัว 6.82- 6.89 ล้านตัน โดยความต้องการใช้เหล็กในประเทศจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 0-3 ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ความต้องการใช้เหล็กเพิ่มมากขึ้น คือ การลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม คาดว่าการผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในภาพรวมจะยังขยายตัวได้ ทั้งภาคการผลิตและการส่งออก โดยในกลุ่มสิ่งทอจะเป็นการผลิตเพื่อป้อนสู่ตลาดอาเซียนเป็นส่วนใหญ่ ในส่วนเสื้อผ้าสำเร็จรูป ภาครัฐได้สนับสนุนให้ผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมขยายฐานการผลิตไปต่างประเทศในกลุ่ม CLMV เพื่อใช้ประโยชน์ด้านแรงงาน ค่าจ้างที่ต่ำกว่า และสิทธิประโยชน์ทางภาษี (GSP) จากตลาดส่งออกหลัก เช่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา
และอุตสาหกรรมอาหาร คาดว่า การผลิตในภาพรวมจะขยายตัวประมาณร้อยละ 0-5.0 จากแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น และการส่งออกจะขยายตัวได้ในระดับร้อยละ -2.5-2.5 เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและประเทศผู้นำเข้าหลักทยอยฟื้นตัวขึ้น







